
การทำเว็บไซต์ใช้เวลานานแค่ไหน เป็นหนึ่งในคำถามที่เจ้าของธุรกิจมักถามก่อนตัดสินใจจ้าง เพราะระยะเวลาส่งผลโดยตรงต่อแผนเปิดตัวสินค้า การเริ่มโฆษณา การประชาสัมพันธ์แบรนด์ และกำหนดการดำเนินงานของบริษัท
โดยทั่วไป เว็บไซต์ขนาดเล็กที่มีข้อมูลพร้อมและไม่มีระบบซับซ้อน อาจใช้เวลาประมาณ 7–21 วัน ขณะที่เว็บไซต์บริษัท ร้านค้าออนไลน์ เว็บไซต์หลายภาษา หรือเว็บไซต์ที่ต้องพัฒนาฟังก์ชันเฉพาะ อาจใช้เวลาประมาณ 30–90 วันหรือมากกว่านั้น
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาจริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของเนื้อหา รูปภาพ การอนุมัติแบบ จำนวนผู้เกี่ยวข้อง ฟังก์ชันของเว็บไซต์ และจำนวนรอบแก้ไขด้วย
บทความนี้จะอธิบายว่าเว็บไซต์แต่ละประเภทใช้เวลาประมาณเท่าไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง และควรเตรียมข้อมูลอย่างไรเพื่อให้งานเสร็จตามกำหนด
หัวข้อ
ทำเว็บไซต์ใช้เวลากี่วัน?
ระยะเวลาทำเว็บไซต์โดยประมาณสามารถแบ่งตามประเภทงานได้ดังนี้
| ประเภทเว็บไซต์ | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|
| Landing Page | 5–14 วัน |
| เว็บไซต์ธุรกิจขนาดเล็ก | 14–30 วัน |
| เว็บไซต์บริษัททั่วไป | 21–45 วัน |
| เว็บไซต์บริการหลายหมวด | 30–60 วัน |
| เว็บไซต์หลายภาษา | 30–75 วัน |
| ร้านค้าออนไลน์ | 30–90 วัน |
| เว็บไซต์ที่มีระบบสมาชิก | 45–120 วัน |
| เว็บไซต์ที่มีฟังก์ชันเฉพาะ | ประเมินตามโครงการ |
| ปรับปรุงเว็บไซต์เดิม | 7–60 วัน |
ตัวเลขในตารางเป็นเพียงกรอบเวลาเบื้องต้น ระยะเวลาจริงอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ตามขอบเขตและความพร้อมของแต่ละโครงการ
เว็บไซต์ที่มีเพียงไม่กี่หน้าอาจใช้เวลานานได้ หากลูกค้ายังไม่มีเนื้อหา รูปภาพ หรือโครงสร้างที่ชัดเจน ขณะที่เว็บไซต์จำนวนหน้ามากอาจทำงานได้เร็วกว่า หากมีข้อมูลและผู้อนุมัติพร้อมตั้งแต่เริ่มต้น
ทำไมระยะเวลาทำเว็บไซต์แต่ละแห่งจึงไม่เท่ากัน?
เว็บไซต์แต่ละโครงการมีวัตถุประสงค์ ขนาด และระดับความซับซ้อนแตกต่างกัน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระยะเวลาไม่เท่ากัน ได้แก่
- จำนวนหน้า
- ประเภทเว็บไซต์
- ความพร้อมของเนื้อหา
- ความพร้อมของรูปภาพ
- จำนวนภาษา
- ระบบและฟังก์ชัน
- การออกแบบเฉพาะ
- จำนวนผู้ตรวจงาน
- จำนวนรอบแก้ไข
- การเชื่อมต่อระบบภายนอก
- ความพร้อมของโดเมนและโฮสติ้ง
- ระยะเวลาตอบกลับของลูกค้า
- การเพิ่มขอบเขตงานระหว่างโครงการ
การประเมินจากคำว่า “เว็บไซต์บริษัท” เพียงอย่างเดียวจึงยังไม่เพียงพอ เพราะเว็บไซต์บริษัทหนึ่งอาจมี 5 หน้า ขณะที่อีกแห่งอาจมีบริการ 30 หน้า มีสองภาษา และต้องเชื่อมระบบรับสมัครงาน
ระยะเวลาทำ Landing Page
Landing Page คือหน้าเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป้าหมายเฉพาะ เช่น
- โปรโมตสินค้า
- รับข้อมูลลูกค้า
- เปิดตัวบริการ
- ลงทะเบียนกิจกรรม
- ขอใบเสนอราคา
- ดาวน์โหลดเอกสาร
- ใช้กับแคมเปญโฆษณา
โดยทั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 5–14 วัน หากมีข้อความ รูปภาพ และโครงสร้างพร้อมแล้ว
งานที่ต้องทำอาจประกอบด้วย
- วางโครงสร้างหน้า
- ออกแบบ Layout
- จัดทำข้อความ
- วางแบบฟอร์ม
- เชื่อมปุ่มติดต่อ
- ปรับ Responsive
- ตั้งค่า Tracking
- ทดสอบการส่งข้อมูล
หากต้องเขียนเนื้อหาใหม่ ถ่ายภาพ ทำวิดีโอ หรือเชื่อมระบบอัตโนมัติ ระยะเวลาจะเพิ่มขึ้น
ระยะเวลาทำเว็บไซต์ธุรกิจขนาดเล็ก
เว็บไซต์ธุรกิจขนาดเล็กมักมีประมาณ 5–10 หน้า เช่น
- หน้าแรก
- เกี่ยวกับเรา
- บริการ
- ผลงาน
- บทความ
- ติดต่อเรา
ระยะเวลาทำงานโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 14–30 วัน
เว็บไซต์ประเภทนี้จะดำเนินงานได้เร็วเมื่อมี
- Logo พร้อมใช้งาน
- สีและฟอนต์ของแบรนด์
- รายละเอียดบริการ
- รูปภาพธุรกิจ
- ช่องทางติดต่อ
- ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ชอบ
- ผู้อนุมัติงานเพียงหนึ่งหรือสองคน
หากข้อมูลยังไม่พร้อม อาจต้องเผื่อเวลาสำหรับเก็บข้อมูล เขียนเนื้อหา และคัดเลือกรูปภาพเพิ่มเติม
ระยะเวลาทำเว็บไซต์บริษัท
เว็บไซต์บริษัททั่วไปอาจมีจำนวนหน้าประมาณ 10–30 หน้า และมีข้อมูลหลายส่วน เช่น
- ประวัติบริษัท
- บริการหลายประเภท
- ผลงาน
- ลูกค้า
- ข่าวสาร
- บุคลากร
- สาขา
- ติดต่อ
- ดาวน์โหลดเอกสาร
- แบบฟอร์มสมัครงาน
ระยะเวลาทำเว็บไซต์บริษัทมักอยู่ที่ประมาณ 21–45 วัน หรือมากกว่านั้น หากต้องทำหลายภาษาและมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย
สิ่งที่ทำให้งานเว็บไซต์บริษัทใช้เวลานานกว่าปกติ ได้แก่
- ต้องรอข้อมูลจากหลายแผนก
- มีขั้นตอนอนุมัติหลายระดับ
- ต้องตรวจสอบข้อมูลทางกฎหมาย
- ต้องใช้ภาพจากหลายสาขา
- มีเอกสารจำนวนมาก
- ต้องย้ายข้อมูลจากเว็บไซต์เดิม
- ต้องทำภาษาเพิ่มเติม
ระยะเวลาทำเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์
เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์มักใช้เวลามากกว่าเว็บไซต์ข้อมูลทั่วไป เพราะต้องจัดการทั้งเนื้อหาและระบบการซื้อขาย
ระยะเวลาเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 30–90 วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้าและระบบที่ต้องใช้
ขั้นตอนอาจประกอบด้วย
- ตั้งค่าร้านค้า
- จัดหมวดหมู่สินค้า
- เพิ่มข้อมูลสินค้า
- ตั้งค่าราคา
- ตั้งค่าคลังสินค้า
- ตั้งค่าการจัดส่ง
- เชื่อมช่องทางชำระเงิน
- สร้างคูปองและโปรโมชั่น
- ตั้งค่าอีเมลคำสั่งซื้อ
- ทดสอบการสั่งซื้อ
- ตรวจสอบภาษี
- ปรับหน้า Checkout
- ตรวจสอบบนมือถือ
หากมีสินค้าหลายร้อยรายการ การเตรียมข้อมูลสินค้าอาจใช้เวลามากกว่าการพัฒนาระบบเว็บไซต์เอง
ระยะเวลาทำเว็บไซต์หลายภาษา
เว็บไซต์หลายภาษามักใช้เวลามากกว่าเว็บไซต์ภาษาเดียว เพราะแต่ละหน้าต้องมีเนื้อหาแยกตามภาษา และต้องตรวจสอบความถูกต้องเพิ่มเติม
ระยะเวลาอาจอยู่ที่ประมาณ 30–75 วัน หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าและภาษาที่ต้องการ
งานเพิ่มเติมที่ต้องทำ ได้แก่
- แปลเนื้อหา
- ตรวจภาษา
- จัดโครงสร้าง URL
- เชื่อมหน้าแต่ละภาษา
- ตั้งค่าเมนู
- ตรวจรูปแบบวันที่และข้อมูล
- ปรับ Layout เมื่อข้อความยาวไม่เท่ากัน
- ตรวจ SEO Title และ Meta Description ของแต่ละภาษา
การใช้ระบบแปลอัตโนมัติอาจช่วยให้เริ่มต้นเร็วขึ้น แต่เนื้อหาทางธุรกิจควรมีผู้ตรวจสอบก่อนเผยแพร่
ระยะเวลาทำเว็บไซต์ที่มีระบบสมาชิก
เว็บไซต์ที่มีระบบสมาชิกอาจต้องใช้เวลาประมาณ 45–120 วัน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน
ตัวอย่างฟังก์ชัน ได้แก่
- สมัครสมาชิก
- เข้าสู่ระบบ
- แบ่งระดับสมาชิก
- จำกัดสิทธิ์เข้าถึง
- โปรไฟล์ผู้ใช้
- ระบบชำระเงิน
- ต่ออายุสมาชิก
- ดาวน์โหลดเนื้อหา
- ระบบคอร์สออนไลน์
- Dashboard
- แจ้งเตือนทางอีเมล
เว็บไซต์ประเภทนี้ต้องใช้เวลาออกแบบกระบวนการผู้ใช้ ทดสอบสิทธิ์ และตรวจสอบกรณีผิดพลาดมากกว่าเว็บไซต์ทั่วไป
ระยะเวลาปรับปรุงเว็บไซต์เดิม
การปรับปรุงเว็บไซต์เดิมอาจใช้เวลาตั้งแต่ 7–60 วัน ขึ้นอยู่กับว่าปรับระดับใด
ปรับเล็กน้อย
เช่น
- แก้ข้อความ
- เปลี่ยนภาพ
- เพิ่มปุ่ม
- เพิ่มหน้า
- ปรับเมนู
- ปรับมือถือบางจุด
อาจใช้เวลาประมาณ 1–7 วันทำการ
ปรับดีไซน์บางส่วน
เช่น
- ออกแบบหน้าแรกใหม่
- ปรับหน้าบริการ
- เปลี่ยน Header
- ปรับ Footer
- จัด Layout ใหม่
อาจใช้เวลาประมาณ 7–30 วัน
ออกแบบใหม่ทั้งเว็บไซต์
หากต้องปรับโครงสร้าง เนื้อหา ดีไซน์ และระบบทั้งหมด อาจใช้เวลาใกล้เคียงกับการสร้างเว็บไซต์ใหม่ คือประมาณ 30–90 วัน
ขั้นตอนการทำเว็บไซต์มีอะไรบ้าง?
1. เก็บข้อมูลและกำหนดขอบเขต
ขั้นตอนแรกคือการทำความเข้าใจธุรกิจและกำหนดวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์
ข้อมูลที่มักต้องใช้ ได้แก่
- ประเภทธุรกิจ
- สินค้าและบริการ
- กลุ่มลูกค้า
- เป้าหมายเว็บไซต์
- จำนวนหน้า
- ภาษา
- ระบบที่ต้องการ
- ตัวอย่างเว็บไซต์
- งบประมาณ
- กำหนดเปิดเว็บไซต์
ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาประมาณ 1–5 วัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของข้อมูล
2. วางโครงสร้างเว็บไซต์
ทีมงานจะวาง Sitemap และกำหนดว่าควรมีหน้าใดบ้าง เช่น
- หน้าแรก
- เกี่ยวกับเรา
- บริการ
- ผลงาน
- บทความ
- คำถามที่พบบ่อย
- ติดต่อเรา
หากเว็บไซต์มีหลายบริการ อาจต้องวางโครงสร้างให้แต่ละหน้ามี Search Intent ชัดเจนและไม่แข่งขันกันเอง
ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาประมาณ 1–7 วัน
3. เตรียมและเขียนเนื้อหา
เนื้อหาเป็นหนึ่งในส่วนที่ทำให้หลายโครงการล่าช้า เพราะต้องรวบรวมข้อมูลจากเจ้าของธุรกิจและผู้เกี่ยวข้อง
เนื้อหาที่ต้องเตรียมอาจประกอบด้วย
- ประวัติบริษัท
- รายละเอียดบริการ
- จุดเด่น
- ขั้นตอนทำงาน
- ราคา
- พื้นที่บริการ
- ผลงาน
- รีวิว
- คำถามที่พบบ่อย
- ช่องทางติดต่อ
หากข้อมูลพร้อม ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาประมาณ 3–14 วัน แต่หากต้องสัมภาษณ์และเขียนใหม่ทั้งหมด อาจใช้เวลานานกว่านั้น
4. ออกแบบหน้าเว็บไซต์
นักออกแบบจะนำโครงสร้างและเนื้อหามาจัดวางเป็น Layout
ขั้นตอนอาจรวมถึง
- กำหนดรูปแบบหน้า
- เลือกสีและฟอนต์
- ออกแบบ Header
- ออกแบบ Hero Section
- จัดส่วนบริการ
- วาง CTA
- ออกแบบ Footer
- วางรูปแบบมือถือ
โดยทั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 5–15 วัน ตามจำนวนหน้าและระดับการออกแบบ
5. พัฒนาเว็บไซต์
หลังอนุมัติแนวทางการออกแบบ ทีมงานจะสร้างเว็บไซต์จริงบนระบบ เช่น WordPress
ขั้นตอนนี้อาจประกอบด้วย
- ติดตั้งระบบ
- ตั้งค่า Theme
- สร้างหน้า
- วางเนื้อหา
- ตั้งค่าเมนู
- สร้างฟอร์ม
- ปรับ Responsive
- เชื่อมระบบ
- ตั้งค่า SEO พื้นฐาน
ระยะเวลาอาจอยู่ที่ประมาณ 7–30 วัน
6. เพิ่มข้อมูลและรูปภาพ
เมื่อโครงสร้างพร้อม จะมีการเพิ่มเนื้อหา รูปภาพ ผลงาน สินค้า หรือบทความลงในระบบ
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล หากมีสินค้าเป็นร้อยรายการ ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์
7. ตรวจสอบและแก้ไข
ลูกค้าจะตรวจสอบเว็บไซต์และรวบรวม Feedback เช่น
- แก้ข้อความ
- เปลี่ยนภาพ
- ปรับสี
- เปลี่ยนลำดับ Section
- แก้ข้อมูลติดต่อ
- ปรับปุ่ม
- ตรวจมือถือ
การตรวจงานแต่ละรอบอาจใช้ประมาณ 2–7 วัน ขึ้นอยู่กับความเร็วในการตอบกลับและจำนวนผู้อนุมัติ
8. ทดสอบก่อนเปิดใช้งาน
ก่อนเผยแพร่ควรตรวจสอบ
- ลิงก์
- แบบฟอร์ม
- เมนู
- ปุ่ม
- Responsive
- ความเร็ว
- SSL
- หน้า 404
- SEO Title
- Meta Description
- Sitemap
- Analytics
- Search Console
- การส่งอีเมล
- ระบบชำระเงิน
ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาประมาณ 2–7 วัน
9. เปิดเว็บไซต์และส่งมอบ
เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว จึงเชื่อมโดเมน เปิดใช้งาน และส่งมอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น
- บัญชีผู้ดูแล
- คู่มือใช้งาน
- ข้อมูล Hosting
- ข้อมูล Domain
- สิทธิ์ Search Console
- สิทธิ์ Analytics
- รายการ Plugin
- เงื่อนไขดูแลหลังส่งมอบ
ตัวอย่าง Timeline ทำเว็บไซต์บริษัท 10 หน้า
ตัวอย่างต่อไปนี้เหมาะกับเว็บไซต์บริษัททั่วไปที่มีข้อมูลพร้อมในระดับหนึ่ง
| สัปดาห์ | งานที่ดำเนินการ |
|---|---|
| สัปดาห์ที่ 1 | เก็บข้อมูล กำหนดขอบเขต และวาง Sitemap |
| สัปดาห์ที่ 2 | เตรียมเนื้อหาและออกแบบหน้าแรก |
| สัปดาห์ที่ 3 | ออกแบบหน้าภายในและพัฒนาเว็บไซต์ |
| สัปดาห์ที่ 4 | เพิ่มข้อมูล ปรับมือถือ และเชื่อมฟอร์ม |
| สัปดาห์ที่ 5 | ตรวจสอบ แก้ไข และทดสอบ |
| สัปดาห์ที่ 6 | เปิดใช้งานและส่งมอบ |
กรอบเวลานี้อาจลดลงได้ หากใช้รูปแบบเว็บไซต์มาตรฐานและข้อมูลพร้อมทั้งหมด หรืออาจเพิ่มขึ้นหากต้องเขียนเนื้อหาใหม่และมีหลายรอบอนุมัติ
ตัวอย่าง Timeline ทำ Landing Page
| วัน | งานที่ดำเนินการ |
|---|---|
| วันที่ 1–2 | เก็บ Brief และวางโครงสร้าง |
| วันที่ 3–4 | เตรียมข้อความและภาพ |
| วันที่ 5–7 | ออกแบบหน้า |
| วันที่ 8–10 | พัฒนาและเชื่อมแบบฟอร์ม |
| วันที่ 11–12 | ตรวจสอบและแก้ไข |
| วันที่ 13–14 | ทดสอบและเผยแพร่ |
หากเนื้อหาและภาพพร้อมตั้งแต่ต้น ระยะเวลาอาจสั้นลงได้
ตัวอย่าง Timeline ทำร้านค้าออนไลน์
| ช่วงเวลา | งานที่ดำเนินการ |
|---|---|
| สัปดาห์ที่ 1 | เก็บข้อมูลสินค้า วางหมวดหมู่ และ Sitemap |
| สัปดาห์ที่ 2 | ออกแบบหน้าแรก หน้าหมวดหมู่ และหน้าสินค้า |
| สัปดาห์ที่ 3–4 | พัฒนาระบบร้านค้าและตั้งค่าการชำระเงิน |
| สัปดาห์ที่ 5–6 | เพิ่มสินค้า ตั้งค่าจัดส่ง และสร้างโปรโมชั่น |
| สัปดาห์ที่ 7 | ทดสอบการสั่งซื้อและแก้ไข |
| สัปดาห์ที่ 8 | เปิดใช้งานและส่งมอบ |
หากมีสินค้าจำนวนมากหรือเชื่อมระบบคลังสินค้า ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ปัจจัยที่ทำให้การทำเว็บไซต์ล่าช้า
เนื้อหาไม่พร้อม
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือมีเพียงชื่อหน้า แต่ยังไม่มีข้อความจริง ทำให้ทีมออกแบบไม่สามารถกำหนดพื้นที่และลำดับข้อมูลได้แม่นยำ
รูปภาพไม่พร้อม
การรอถ่ายภาพ คัดภาพ หรือขอสิทธิ์ใช้ภาพอาจทำให้หน้าเว็บไซต์ไม่สามารถเสร็จสมบูรณ์ได้
เปลี่ยนขอบเขตระหว่างทำงาน
ตัวอย่างเช่น เริ่มจากเว็บไซต์ข้อมูลทั่วไป แต่ภายหลังเพิ่ม
- ระบบสมาชิก
- ร้านค้าออนไลน์
- หลายภาษา
- ระบบจอง
- เชื่อม Payment Gateway
- ระบบคำนวณราคา
สิ่งเหล่านี้มีผลต่อทั้งงบและระยะเวลา
ผู้อนุมัติหลายคน
เมื่อมีผู้ตรวจหลายฝ่าย อาจเกิด Feedback ที่ขัดแย้งกันหรือส่งมาไม่พร้อมกัน
ควรกำหนดผู้รวบรวม Feedback และผู้อนุมัติขั้นสุดท้ายให้ชัดเจน
ส่ง Feedback แยกหลายครั้ง
การแก้ทีละข้อความหรือทีละจุดทำให้ทีมต้องเปิดและปิดงานหลายครั้ง ควรรวบรวมข้อแก้ไขเป็นรายการเดียวต่อรอบ
เปลี่ยนเนื้อหาหลังออกแบบเสร็จ
หากเพิ่มหรือลดข้อความจำนวนมากหลังออกแบบแล้ว อาจต้องปรับ Layout ใหม่ทั้ง Section
ไม่กำหนดวันตอบกลับ
หากไม่มีกรอบเวลาอนุมัติ งานอาจหยุดรอหลายวันหรือหลายสัปดาห์โดยไม่ทราบกำหนด
ระบบภายนอกไม่พร้อม
การเชื่อม Payment Gateway, API, ระบบจอง หรืออีเมล อาจต้องรอการอนุมัติและข้อมูลจากผู้ให้บริการรายอื่น
ลูกค้าต้องเตรียมอะไรเพื่อให้เว็บไซต์เสร็จเร็วขึ้น?
ข้อมูลธุรกิจ
เตรียมข้อมูล เช่น
- ชื่อบริษัท
- ประวัติ
- สินค้าและบริการ
- จุดเด่น
- พื้นที่ให้บริการ
- กลุ่มลูกค้า
- ขั้นตอนทำงาน
- เงื่อนไข
- FAQ
- ช่องทางติดต่อ
Brand Assets
ควรเตรียม
- Logo
- ไฟล์ Vector
- Brand Color
- Font
- Brand Guideline
- Icon
- Template สื่อเดิม
รูปภาพ
เตรียมภาพ
- สินค้า
- บริการ
- ทีมงาน
- สำนักงาน
- ผลงาน
- ลูกค้า
- ใบรับรอง
- รีวิว
ควรตรวจสอบว่ามีสิทธิ์นำภาพเหล่านั้นมาใช้บนเว็บไซต์
ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ชอบ
ไม่จำเป็นต้องหาเว็บไซต์ที่เหมือนธุรกิจทุกอย่าง แต่ควรระบุว่าชอบอะไร เช่น
- สี
- Layout
- เมนู
- รูปแบบภาพ
- การจัดข้อความ
- Animation
- ความเรียบง่าย
ฟังก์ชันที่ต้องการ
ควรระบุให้ชัดตั้งแต่ต้น เช่น
- แบบฟอร์ม
- LINE
- ระบบจอง
- ระบบชำระเงิน
- สมาชิก
- หลายภาษา
- ดาวน์โหลดเอกสาร
- แผนที่
- Live Chat
ผู้อนุมัติ
ควรกำหนดผู้ตัดสินใจหลัก และรวบรวมความคิดเห็นจากทีมก่อนส่งให้ผู้พัฒนา
กำหนดเปิดเว็บไซต์
หากเว็บไซต์ต้องใช้กับวันเปิดร้าน งานอีเวนต์ หรือแคมเปญ ควรแจ้งวันที่ตั้งแต่เริ่ม และเผื่อเวลาตรวจสอบก่อนเปิดจริง
ทำอย่างไรให้โครงการเว็บไซต์เสร็จตามกำหนด?
กำหนดขอบเขตให้ชัด
ควรระบุจำนวนหน้า ฟังก์ชัน ภาษา และสิ่งที่ส่งมอบในใบเสนอราคา
แบ่งงานเป็น Milestone
ตัวอย่าง Milestone ได้แก่
- อนุมัติ Sitemap
- อนุมัติเนื้อหา
- อนุมัติหน้าแรก
- อนุมัติหน้าภายใน
- ตรวจระบบ
- เปิดใช้งาน
ไม่ควรรอให้เว็บไซต์เสร็จทั้งหมดแล้วจึงตรวจครั้งแรก
กำหนดเวลาส่งข้อมูล
ควรกำหนดวันที่ลูกค้าต้องส่งข้อความ รูปภาพ และ Feedback เพื่อให้ Timeline เชื่อมต่อกันได้
จำกัดจำนวนรอบแก้ไข
จำนวนรอบแก้ไขควรระบุไว้ชัดเจน เช่น 2 รอบตามขอบเขตที่ตกลง
หากต้องเปลี่ยนแนวทางใหม่ทั้งหมด ควรประเมินเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
รวบรวม Feedback เป็นรอบ
ใช้เอกสารเดียวหรือเครื่องมือตรวจงานร่วมกัน เพื่อป้องกันข้อมูลซ้ำและตกหล่น
จัดลำดับสิ่งสำคัญ
หากมีเวลาก่อนเปิดตัวจำกัด ควรเปิดเว็บไซต์ด้วยหน้าสำคัญก่อน แล้วเพิ่มส่วนรองภายหลังได้ เช่น
- หน้าแรก
- หน้าบริการ
- เกี่ยวกับเรา
- ติดต่อ
- นโยบาย
ทำเว็บไซต์ด่วนได้หรือไม่?
สามารถทำได้ในบางกรณี แต่ต้องมีข้อจำกัดและเงื่อนไขที่ชัดเจน
เว็บไซต์ด่วนเหมาะเมื่อ
- จำนวนหน้าไม่มาก
- ใช้ Layout มาตรฐาน
- มีเนื้อหาพร้อม
- มีภาพพร้อม
- ไม่มีระบบซับซ้อน
- ผู้อนุมัติตอบกลับเร็ว
- จำกัดรอบแก้ไข
- ไม่เปลี่ยนขอบเขต
งานเร่งด่วนอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพราะต้องปรับคิวและจัดสรรทรัพยากรเพิ่มเติม
ไม่ควรเร่งจนตัดขั้นตอนสำคัญ เช่น การตรวจฟอร์ม ระบบชำระเงิน การแสดงผลบนมือถือ และการสำรองข้อมูล
เว็บไซต์เสร็จแล้วเปิดใช้งานได้ทันทีหรือไม่?
ก่อนเปิดใช้งานควรตรวจสอบอย่างน้อย
- โดเมนเชื่อมถูกต้อง
- SSL ทำงาน
- เมนูครบ
- ลิงก์ไม่เสีย
- แบบฟอร์มส่งได้
- อีเมลเข้าถูกผู้รับ
- ปุ่มโทรและ LINE ใช้งานได้
- รูปภาพไม่แตก
- แสดงผลบนมือถือได้
- หน้านโยบายพร้อม
- ตั้งค่า SEO เบื้องต้น
- เชื่อม Analytics
- เชื่อม Search Console
- สำรองข้อมูล
- ป้องกัน Spam
- ทดสอบความเร็ว
หากเป็นร้านค้าออนไลน์ ควรทดลองสั่งซื้อจริงตั้งแต่เลือกสินค้า ชำระเงิน ไปจนถึงรับอีเมลยืนยัน
หลังเปิดเว็บไซต์ต้องใช้เวลาทำอะไรต่อ?
เว็บไซต์ไม่ใช่งานที่เสร็จแล้วปล่อยไว้โดยไม่ดูแล หลังเปิดใช้งานควรมีงานต่อเนื่อง เช่น
- อัปเดตระบบ
- สำรองข้อมูล
- ตรวจความปลอดภัย
- แก้ข้อมูล
- เพิ่มผลงาน
- เพิ่มบทความ
- ตรวจ Search Console
- ตรวจแบบฟอร์ม
- ปรับความเร็ว
- อัปเดตราคา
- ตรวจลิงก์เสีย
- ปรับ SEO
- วิเคราะห์ Conversion
หากต้องการทำ SEO ควรวางแผนเนื้อหาและหน้า Landing Page ต่อเนื่องหลังจากโครงสร้างหลักของเว็บไซต์พร้อมแล้ว
ควรเลือกผู้รับทำเว็บไซต์จากระยะเวลาที่เสนอหรือไม่?
ระยะเวลาสั้นที่สุดไม่ได้หมายความว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป
ควรตรวจสอบร่วมกับ
- ขอบเขตงาน
- จำนวนหน้า
- การออกแบบ
- ระบบที่รวม
- การเขียนเนื้อหา
- Responsive
- SEO พื้นฐาน
- จำนวนรอบแก้ไข
- การทดสอบ
- การส่งมอบบัญชี
- การดูแลหลังเปิดเว็บไซต์
บางใบเสนอราคาอาจระบุเวลาสั้น เพราะไม่รวมการเขียนเนื้อหา การเพิ่มข้อมูล หรือการตรวจสอบระบบบางส่วน
ควรถามให้ชัดว่า “ระยะเวลานับจากวันใด” เพราะบางโครงการเริ่มนับหลังจากลูกค้าส่งข้อมูลครบและชำระเงินตามเงื่อนไขแล้ว
คำถามที่ควรถามก่อนเริ่มทำเว็บไซต์
- ระยะเวลาประเมินกี่วัน?
- เริ่มนับเวลาจากวันใด?
- ลูกค้าต้องส่งข้อมูลอะไร?
- รวมเขียนเนื้อหาหรือไม่?
- รวมรูปภาพหรือไม่?
- ออกแบบกี่หน้า?
- แก้ไขได้กี่รอบ?
- ใครเป็นผู้เพิ่มข้อมูล?
- รองรับมือถือหรือไม่?
- รวม SEO พื้นฐานหรือไม่?
- รวม Domain และ Hosting หรือไม่?
- มีค่าใช้จ่ายรายปีอะไรบ้าง?
- หากงานล่าช้าจากลูกค้า Timeline เปลี่ยนอย่างไร?
- มีการดูแลหลังส่งมอบกี่วัน?
- ลูกค้าได้รับบัญชีและสิทธิ์อะไรบ้าง?
สรุปทำเว็บไซต์ใช้เวลากี่วัน
เว็บไซต์ขนาดเล็กหรือ Landing Page อาจใช้เวลาประมาณ 5–21 วัน เว็บไซต์บริษัททั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 21–45 วัน ส่วนร้านค้าออนไลน์ เว็บไซต์หลายภาษา หรือเว็บไซต์ที่มีระบบเฉพาะ อาจใช้เวลาประมาณ 30–90 วันหรือมากกว่า
ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลามากที่สุด ได้แก่
- ความพร้อมของเนื้อหาและภาพ
- จำนวนหน้า
- ความซับซ้อนของระบบ
- จำนวนรอบแก้ไข
- ความเร็วในการอนุมัติ
- การเปลี่ยนขอบเขตระหว่างงาน
วิธีช่วยให้งานเสร็จเร็วที่สุดไม่ใช่การเร่งนักพัฒนาเพียงอย่างเดียว แต่คือการเตรียมข้อมูลให้พร้อม กำหนดผู้อนุมัติ และวาง Timeline ร่วมกันตั้งแต่เริ่มโครงการ
ก่อนเลือกผู้ให้บริการ ควรเปรียบเทียบทั้งระยะเวลา ขอบเขต คุณภาพ กระบวนการตรวจงาน และสิ่งที่ได้รับหลังส่งมอบ ไม่ควรเลือกจากจำนวนวันที่สั้นที่สุดเพียงอย่างเดียว
ขอประเมินระยะเวลาทำเว็บไซต์
หากต้องการประเมินว่าเว็บไซต์ของธุรกิจจะใช้เวลากี่วัน ควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้น ได้แก่
- ประเภทธุรกิจ
- ประเภทเว็บไซต์
- จำนวนหน้าโดยประมาณ
- ฟังก์ชันที่ต้องการ
- จำนวนภาษา
- ตัวอย่างเว็บไซต์
- ความพร้อมของเนื้อหา
- ความพร้อมของรูปภาพ
- วันที่ต้องการเปิดใช้งาน
- งบประมาณโดยประมาณ
เมื่อข้อมูลครบ จะสามารถประเมิน Timeline และแบ่งขั้นตอนการทำงานได้ใกล้เคียงกับโครงการจริงมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ทำเว็บไซต์บริษัทใช้เวลากี่วัน?
เว็บไซต์บริษัททั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 21–45 วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้า เนื้อหา ภาษา ฟังก์ชัน และจำนวนรอบแก้ไข
ทำ Landing Page ใช้เวลากี่วัน?
Landing Page ที่มีเนื้อหาและภาพพร้อมอาจใช้เวลาประมาณ 5–14 วัน หากต้องเขียนเนื้อหาและเชื่อมระบบเพิ่มเติม อาจใช้เวลานานขึ้น
ทำเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ใช้เวลากี่วัน?
โดยทั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 30–90 วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้า ระบบชำระเงิน การจัดส่ง และการเชื่อมระบบอื่น
เว็บไซต์ 5 หน้าใช้เวลากี่วัน?
เว็บไซต์ 5 หน้าที่ไม่มีฟังก์ชันซับซ้อนอาจใช้เวลาประมาณ 7–21 วัน หากมีข้อมูลและภาพพร้อม รวมถึงอนุมัติงานได้รวดเร็ว
สามารถทำเว็บไซต์ให้เสร็จภายใน 7 วันได้หรือไม่?
ทำได้ในบางโครงการ เช่น Landing Page หรือเว็บไซต์ขนาดเล็กที่มีข้อมูลพร้อมและใช้ Layout มาตรฐาน แต่ต้องจำกัดขอบเขตและรอบแก้ไขอย่างชัดเจน
ระยะเวลาทำเว็บไซต์เริ่มนับจากเมื่อไร?
โดยทั่วไปควรเริ่มนับหลังยืนยันขอบเขต ชำระเงินตามเงื่อนไข และส่งข้อมูลที่จำเป็นครบแล้ว แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละราย
ลูกค้าส่งข้อมูลช้ามีผลต่อกำหนดส่งหรือไม่?
มีผล เพราะทีมงานอาจไม่สามารถดำเนินขั้นตอนถัดไปได้ และคิวงานเดิมอาจต้องเลื่อนไปตามตารางใหม่
แก้ไขเว็บไซต์หลายรอบทำให้งานล่าช้าหรือไม่?
ทำให้งานล่าช้าได้ โดยเฉพาะเมื่อ Feedback ส่งแยกหลายครั้งหรือมีการเปลี่ยนโครงสร้างที่อนุมัติแล้ว
ทำเว็บไซต์เสร็จแล้วติด Google ทันทีหรือไม่?
เว็บไซต์สามารถเปิดใช้งานได้ทันทีหลังตรวจสอบ แต่การค้นพบและจัดทำดัชนีโดย Google อาจใช้เวลา ส่วนอันดับขึ้นอยู่กับคุณภาพเว็บไซต์ เนื้อหา การแข่งขัน และการทำ SEO ต่อเนื่อง
ควรเตรียมเว็บไซต์ล่วงหน้าก่อนเปิดธุรกิจกี่วัน?
ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 30–60 วันสำหรับเว็บไซต์บริษัททั่วไป และเพิ่มเวลาหากเป็นร้านค้าออนไลน์ หลายภาษา หรือมีระบบเฉพาะ เพื่อรองรับการตรวจแก้และทดสอบก่อนเปิดจริง
ติดต่อเรา
- Facebook: Moon Knight Creator
- LINE: @moonknightcreator
- เว็บไซต์: www.moonknightcreator.com
- แผนที่: Moon Knight Creator




