วิธีเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ ต้องดูอะไรบ้างก่อนตัดสินใจจ้าง

/
/
วิธีเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ ต้องดูอะไรบ้างก่อนตัดสินใจจ้าง
Moon Knight Creator

เว็บไซต์เป็นหนึ่งในทรัพย์สินสำคัญของธุรกิจ เพราะใช้แนะนำบริษัท สร้างความน่าเชื่อถือ ให้ข้อมูลสินค้าและบริการ รับข้อมูลลูกค้า รองรับการค้นหาจาก Google และช่วยสนับสนุนการขายในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ไม่ควรพิจารณาจากราคาหรือความสวยของตัวอย่างงานเพียงอย่างเดียว เพราะเว็บไซต์ที่ดีต้องใช้งานได้จริงบนมือถือ โหลดเร็ว ดูแลต่อได้ รองรับ SEO มีระบบความปลอดภัย และธุรกิจต้องเป็นเจ้าของบัญชีสำคัญหลังส่งมอบงาน

หากเลือกผู้ให้บริการโดยไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียด อาจพบปัญหาในภายหลัง เช่น เว็บไซต์แก้ไขเองไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงโดเมน ต้องเสียค่ารายปีที่ไม่เคยแจ้ง เว็บไซต์ไม่รองรับมือถือ ไม่มีระบบสำรองข้อมูล หรือไม่สามารถย้ายผู้ให้บริการได้

บทความนี้จะอธิบายวิธีเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์อย่างละเอียด ตั้งแต่การตรวจผลงาน ขอบเขตงาน ระบบเว็บไซต์ ราคา ระยะเวลา SEO การดูแลหลังส่งมอบ ไปจนถึงสัญญาณเตือนที่ควรระวังก่อนตัดสินใจจ้าง

หัวข้อ

ก่อนเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ ควรกำหนดเป้าหมายของเว็บไซต์ก่อน

ก่อนขอใบเสนอราคา ธุรกิจควรระบุให้ได้ว่าต้องการทำเว็บไซต์เพื่ออะไร เพราะเป้าหมายมีผลต่อโครงสร้าง ระบบ งบประมาณ และระยะเวลาทำงาน

ตัวอย่างเป้าหมายของเว็บไซต์ ได้แก่

  • แนะนำบริษัท
  • สร้างความน่าเชื่อถือ
  • แสดงสินค้าและบริการ
  • รับข้อความหรือแบบฟอร์มติดต่อ
  • รับใบเสนอราคา
  • รองรับการค้นหาจาก Google
  • ขายสินค้าออนไลน์
  • รับจองบริการ
  • แสดงผลงาน
  • สร้างบทความให้ความรู้
  • รองรับหลายภาษา
  • เชื่อมต่อระบบภายนอก
  • ใช้เป็น Landing Page สำหรับโฆษณา

เว็บไซต์แนะนำบริษัททั่วไปอาจใช้โครงสร้างไม่ซับซ้อน แต่เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ ระบบสมาชิก ระบบจอง หรือเว็บไซต์หลายภาษา ต้องใช้การวางแผนและการพัฒนามากกว่า

การแจ้งเป้าหมายให้ชัดตั้งแต่ต้นช่วยให้บริษัทประเมินขอบเขตและเสนอราคาได้แม่นยำขึ้น

1. ตรวจสอบผลงานที่ผ่านมา

Portfolio เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับประเมินรูปแบบและคุณภาพการทำงานของบริษัท

ไม่ควรดูเพียงภาพตัวอย่างที่ถูกนำมาใส่ใน Mockup แต่ควรขอลิงก์เว็บไซต์ที่เปิดใช้งานจริง เพื่อตรวจสอบว่าเว็บไซต์

  • เปิดได้หรือไม่
  • รองรับมือถือหรือไม่
  • โหลดเร็วหรือไม่
  • เมนูใช้งานง่ายหรือไม่
  • ตัวอักษรอ่านง่ายหรือไม่
  • มีเนื้อหาครบหรือไม่
  • ปุ่มติดต่อทำงานหรือไม่
  • รูปภาพมีคุณภาพหรือไม่
  • โครงสร้างแต่ละหน้าชัดเจนหรือไม่
  • มีข้อผิดพลาดบนหน้าเว็บหรือไม่

Portfolio ที่ดีควรแสดงอะไร?

บริษัทรับทำเว็บไซต์ที่มีประสบการณ์ควรมีผลงานหลายประเภท หรืออย่างน้อยมีผลงานที่ใกล้เคียงกับธุรกิจของคุณ เช่น

  • เว็บไซต์บริษัท
  • เว็บไซต์บริการ
  • เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์
  • เว็บไซต์คลินิก
  • เว็บไซต์โรงแรม
  • เว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์
  • เว็บไซต์โรงงาน
  • เว็บไซต์การศึกษา
  • เว็บไซต์หลายภาษา
  • Landing Page

ไม่จำเป็นต้องเลือกบริษัทที่เคยทำเว็บไซต์ในอุตสาหกรรมเดียวกันเท่านั้น แต่ควรตรวจว่ามีความสามารถด้านโครงสร้าง การออกแบบ และระบบที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ต้องการหรือไม่

2. ตรวจสอบว่าบริษัทเข้าใจธุรกิจหรือไม่

บริษัทรับทำเว็บไซต์ที่ดีไม่ควรเริ่มต้นด้วยการถามเพียงว่า “ต้องการกี่หน้า” แต่ควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น

  • ธุรกิจขายอะไร
  • กลุ่มลูกค้าเป็นใคร
  • ลูกค้าตัดสินใจซื้ออย่างไร
  • คู่แข่งหลักคือใคร
  • เว็บไซต์มีเป้าหมายอะไร
  • ต้องการให้ผู้ใช้งานทำอะไร
  • มีบริการหลักกี่กลุ่ม
  • มีพื้นที่ให้บริการที่ไหน
  • มีจุดเด่นอะไร
  • ต้องการใช้เว็บไซต์ทำ SEO หรือไม่
  • มีระบบพิเศษหรือไม่

หากบริษัทเข้าใจธุรกิจ จะสามารถวางโครงสร้างเว็บไซต์และลำดับข้อมูลได้เหมาะสมกว่าเว็บไซต์ที่ออกแบบจาก Template โดยไม่วิเคราะห์เป้าหมาย

3. ตรวจสอบขอบเขตงานให้ละเอียด

ใบเสนอราคาควรระบุสิ่งที่รวมและไม่รวมอย่างชัดเจน

หัวข้อที่ควรตรวจ ได้แก่

  • จำนวนหน้า
  • จำนวนภาษา
  • ออกแบบใหม่หรือใช้ Template
  • จำนวนรูปแบบหน้า
  • ระบบจัดการเนื้อหา
  • รองรับมือถือ
  • แบบฟอร์มติดต่อ
  • แผนที่
  • เชื่อม Social Media
  • ระบบบทความ
  • ระบบสินค้า
  • ระบบชำระเงิน
  • ระบบสมาชิก
  • ระบบจอง
  • การใส่ข้อมูล
  • การเขียนเนื้อหา
  • การทำภาพกราฟิก
  • การซื้อภาพ Stock
  • SEO เบื้องต้น
  • ติดตั้ง Analytics
  • โดเมนและโฮสติ้ง
  • ระบบสำรองข้อมูล
  • ระบบรักษาความปลอดภัย
  • การอบรมใช้งาน
  • การดูแลหลังส่งมอบ

คำว่า “เว็บไซต์ครบวงจร” ของแต่ละบริษัทอาจหมายถึงคนละอย่าง จึงไม่ควรสรุปจากชื่อแพ็กเกจเพียงอย่างเดียว

4. ถามว่าเว็บไซต์ใช้ระบบอะไร

บริษัทควรอธิบายได้ว่าเว็บไซต์จะพัฒนาด้วยระบบใด เช่น

  • WordPress
  • ระบบเขียนขึ้นใหม่
  • Website Builder
  • ระบบร้านค้าออนไลน์สำเร็จรูป
  • Headless CMS
  • Framework เฉพาะ

แต่ละระบบมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน

WordPress เหมาะกับเว็บไซต์แบบใด?

WordPress เหมาะกับเว็บไซต์หลายประเภท เช่น

  • เว็บไซต์บริษัท
  • เว็บไซต์บริการ
  • เว็บไซต์บทความ
  • เว็บไซต์องค์กร
  • Portfolio
  • เว็บไซต์หลายภาษา
  • ร้านค้าออนไลน์
  • Landing Page

จุดเด่นคือมีระบบจัดการเนื้อหา ผู้ดูแลสามารถแก้ไขหน้า เพิ่มบทความ และอัปเดตข้อมูลได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม คุณภาพของเว็บไซต์ WordPress ขึ้นอยู่กับการออกแบบ โฮสติ้ง Theme, Plugin และการดูแลระบบ ไม่ควรเลือกเพียงเพราะเห็นคำว่า WordPress

ระบบเขียนใหม่เหมาะกับใคร?

ระบบเขียนขึ้นใหม่เหมาะกับโครงการที่มีฟังก์ชันเฉพาะหรือ Workflow ที่ระบบสำเร็จรูปไม่รองรับ แต่มีต้นทุนพัฒนาและดูแลสูงกว่า

ก่อนเลือกควรถามว่า

  • ใครดูแลระบบต่อ
  • มีเอกสารหรือไม่
  • แก้ไขเนื้อหาเองได้หรือไม่
  • ย้ายผู้ให้บริการได้หรือไม่
  • มีค่าใช้จ่ายรายปีเท่าไร
  • รองรับการพัฒนาในอนาคตหรือไม่

5. ตรวจสอบว่าเว็บไซต์เป็นของใคร

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดคือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเว็บไซต์และบัญชีต่าง ๆ

หลังชำระเงินและส่งมอบงาน ธุรกิจควรได้รับสิทธิ์เข้าถึงอย่างน้อย

  • บัญชีโดเมน
  • บัญชีโฮสติ้ง
  • บัญชีผู้ดูแลเว็บไซต์
  • ฐานข้อมูล
  • ไฟล์เว็บไซต์
  • บัญชีอีเมลที่เกี่ยวข้อง
  • Google Analytics
  • Google Search Console
  • บัญชีระบบสำรองข้อมูล
  • License ที่สามารถโอนได้ตามเงื่อนไข
  • รหัสผ่านที่จำเป็น

ควรตรวจว่าบริษัทจดโดเมนในชื่อใคร หากจดในบัญชีของบริษัท ควรมีข้อตกลงว่าสามารถโอนให้ลูกค้าได้

ทำไมโดเมนต้องอยู่ในการควบคุมของธุรกิจ?

โดเมนเปรียบเสมือนที่อยู่ของเว็บไซต์ หากธุรกิจไม่มีสิทธิ์เข้าถึงบัญชีโดเมน อาจเกิดปัญหาเมื่อ

  • เปลี่ยนผู้ให้บริการ
  • ต่ออายุไม่ทัน
  • ผู้ให้บริการหยุดกิจการ
  • เกิดข้อพิพาท
  • ต้องเปลี่ยนโฮสติ้ง
  • ต้องแก้ DNS
  • ต้องเชื่อมระบบอีเมล

ธุรกิจจึงควรเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิ์ควบคุมโดเมนโดยตรง

6. ตรวจสอบการรองรับมือถือ

ผู้ใช้งานจำนวนมากเข้าเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์ เว็บไซต์จึงต้องรองรับหน้าจอหลายขนาด

ควรตรวจว่าเว็บไซต์

  • เมนูใช้งานง่ายบนมือถือ
  • ตัวอักษรอ่านได้
  • ปุ่มมีขนาดกดง่าย
  • รูปภาพไม่ล้น
  • ตารางไม่เสียรูป
  • แบบฟอร์มกรอกง่าย
  • หมายเลขโทรศัพท์กดโทรได้
  • ปุ่ม LINE ทำงาน
  • ไม่มี Pop-up บังเนื้อหา
  • โหลดเร็วบนเครือข่ายมือถือ

คำว่า Responsive ไม่ควรหมายถึงเพียงหน้าเว็บย่อลงได้ แต่ต้องตรวจประสบการณ์ใช้งานจริงในแต่ละขนาดหน้าจอ

7. ตรวจสอบความเร็วเว็บไซต์

เว็บไซต์ที่โหลดช้าส่งผลต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งานและอาจทำให้คนออกจากหน้าก่อนเห็นข้อมูลสำคัญ

ปัจจัยที่มีผลต่อความเร็ว ได้แก่

  • คุณภาพโฮสติ้ง
  • ขนาดรูปภาพ
  • Theme
  • จำนวน Plugin
  • Script ภายนอก
  • วิดีโอ
  • ฟอนต์
  • ระบบ Cache
  • ฐานข้อมูล
  • โครงสร้างโค้ด

ควรถามบริษัทว่า

  • มีการบีบอัดรูปภาพหรือไม่
  • ติดตั้ง Cache หรือไม่
  • ใช้ CDN หรือไม่
  • ลด Script ที่ไม่จำเป็นหรือไม่
  • ทดสอบความเร็วบนมือถือหรือไม่
  • มีเกณฑ์ตรวจรับด้านความเร็วหรือไม่

ไม่ควรเชื่อคำรับประกันว่าจะได้คะแนนเต็มทุกหน้า เพราะคะแนนขึ้นอยู่กับเนื้อหา ระบบภายนอก และสภาพแวดล้อมจริง แต่บริษัทควรสามารถอธิบายแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพได้

8. ตรวจสอบพื้นฐาน SEO

เว็บไซต์ที่ออกแบบสวยแต่ไม่มีโครงสร้าง SEO อาจทำให้ต้องแก้ใหม่ในภายหลัง

อย่างน้อยบริษัทควรจัดเตรียมพื้นฐาน เช่น

  • ใช้ URL ที่อ่านง่าย
  • มี H1 ที่เหมาะสม
  • แยกหน้าแต่ละบริการ
  • ตั้ง SEO Title
  • ตั้ง Meta Description
  • รองรับ Alt Text
  • สร้าง Sitemap
  • ตั้งค่า Indexing
  • เชื่อม Google Search Console
  • เชื่อม Google Analytics
  • ตรวจ Redirect
  • ใช้ HTTPS
  • วาง Internal Link
  • รองรับ Schema พื้นฐาน
  • มีหน้า 404
  • ตรวจ Canonical

รับทำเว็บไซต์รวม SEO หรือไม่?

ควรถามให้ชัด เพราะคำว่า “รองรับ SEO” กับ “ทำ SEO” ไม่เหมือนกัน

รองรับ SEO อาจหมายถึงวางโครงสร้างพื้นฐานให้ Search Engine เข้าถึงได้

ทำ SEO อาจครอบคลุมการวิเคราะห์คีย์เวิร์ด เขียนเนื้อหา วาง Landing Page ปรับ Technical SEO และติดตามผลต่อเนื่อง

จึงควรตรวจว่าแพ็กเกจรวมงานระดับใด

9. ตรวจสอบโครงสร้างเว็บไซต์

โครงสร้างเว็บไซต์ควรสะท้อนบริการและพฤติกรรมของลูกค้า ไม่ควรมีเพียงหน้าแรกและนำข้อมูลทั้งหมดไปรวมกัน

ตัวอย่างเว็บไซต์บริษัทอาจมีหน้า

  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
  • บริการ
  • หน้าบริการแต่ละรายการ
  • ผลงาน
  • บทความ
  • คำถามที่พบบ่อย
  • ติดต่อเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว

หากธุรกิจมีบริการหลายกลุ่ม ควรแยกเป็นหน้าชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าอ่านง่ายและช่วยรองรับคีย์เวิร์ดที่แตกต่างกัน

10. ตรวจสอบระบบหลังบ้าน

ก่อนจ้างควรถามว่าธุรกิจสามารถแก้ไขข้อมูลเองได้แค่ไหน

ตัวอย่างงานที่ควรทำเองได้ ได้แก่

  • แก้ข้อความ
  • เปลี่ยนรูป
  • เพิ่มบทความ
  • เพิ่มสินค้า
  • แก้เบอร์โทร
  • เปลี่ยนราคา
  • เพิ่มผลงาน
  • แก้ Meta Description
  • จัดการผู้ใช้งาน
  • ดูข้อมูลแบบฟอร์ม

บริษัทควรสาธิตระบบหรือแสดงตัวอย่างหน้าจอหลังบ้านก่อนตกลง หากระบบซับซ้อนเกินไป ธุรกิจอาจต้องพึ่งผู้พัฒนาทุกครั้งที่ต้องการแก้ข้อมูลเล็กน้อย

11. ตรวจสอบความปลอดภัย

เว็บไซต์ทุกแห่งมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ไม่ได้อัปเดตระบบ

ควรถามว่าบริษัทมีแนวทางใดบ้าง เช่น

  • ติดตั้ง SSL
  • อัปเดตระบบ
  • จำกัดสิทธิ์ผู้ใช้งาน
  • ป้องกันการเข้าสู่ระบบผิดปกติ
  • ใช้รหัสผ่านที่ปลอดภัย
  • มีระบบสำรองข้อมูล
  • ตรวจ Malware
  • ปิด Plugin ที่ไม่ใช้
  • เปลี่ยน URL ผู้ดูแลเมื่อเหมาะสม
  • มี Firewall
  • บันทึกการเข้าสู่ระบบ

ไม่ควรเชื่อคำโฆษณาว่าเว็บไซต์ “ไม่มีวันถูกแฮ็ก” เพราะไม่มีระบบใดปลอดภัยสมบูรณ์ บริษัทที่น่าเชื่อถือควรพูดถึงการลดความเสี่ยงและแผนกู้คืนข้อมูล

12. ตรวจสอบระบบสำรองข้อมูล

ระบบ Backup เป็นสิ่งที่ควรมีตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่รอให้เว็บไซต์มีปัญหา

ควรถามว่า

  • สำรองข้อมูลบ่อยแค่ไหน
  • เก็บย้อนหลังนานเท่าไร
  • เก็บไว้ที่เดียวกับเว็บไซต์หรือไม่
  • ใครสามารถกู้คืนได้
  • ค่ากู้คืนรวมในบริการหรือไม่
  • ทดสอบการกู้คืนหรือไม่
  • มี Backup ก่อนอัปเดตระบบหรือไม่

การมี Backup แต่ไม่เคยตรวจว่าสามารถกู้คืนได้จริง อาจไม่เพียงพอ

13. เปรียบเทียบราคาอย่างถูกต้อง

ไม่ควรเปรียบเทียบราคาโดยดูเพียงยอดรวม เพราะขอบเขตอาจแตกต่างกันมาก

ตัวอย่างเช่น บริษัท A ราคา 20,000 บาท และบริษัท B ราคา 35,000 บาท ไม่ได้หมายความว่าบริษัท A ถูกกว่าเสมอไป หากบริษัท B รวม

  • เขียนเนื้อหา
  • ออกแบบใหม่
  • SEO เบื้องต้น
  • รูปภาพ
  • โฮสติ้ง
  • ระบบสำรองข้อมูล
  • การอบรม
  • ดูแลหลังส่งมอบ
  • หลายภาษา
  • ฟังก์ชันเพิ่มเติม

ตารางเปรียบเทียบใบเสนอราคา

รายการบริษัท Aบริษัท B
จำนวนหน้า5 หน้า10 หน้า
ออกแบบเฉพาะแบรนด์ไม่รวมรวม
ใส่ข้อมูลลูกค้าทำเองรวม
เขียนเนื้อหาไม่รวมรวม
รองรับมือถือรวมรวม
SEO เบื้องต้นจำกัดรวม
โฮสติ้งไม่รวมรวม 1 ปี
Backupไม่ระบุรายวัน
ดูแลหลังส่งมอบ15 วัน90 วัน
อบรมใช้งานไม่รวมรวม
จำนวนรอบแก้ไข1 รอบ3 รอบ

ควรทำตารางเปรียบเทียบจากรายการเดียวกันก่อนตัดสินใจ

14. ถามค่าใช้จ่ายรายปี

เว็บไซต์มีค่าใช้จ่ายหลังเปิดใช้งาน ซึ่งอาจประกอบด้วย

  • ค่าโดเมน
  • ค่าโฮสติ้ง
  • ค่า SSL
  • ค่าอีเมลธุรกิจ
  • ค่า Theme
  • ค่า Plugin
  • ค่า Backup
  • ค่าความปลอดภัย
  • ค่าดูแลระบบ
  • ค่าอัปเดตเนื้อหา
  • ค่า CDN
  • ค่า License ระบบภายนอก

บริษัทควรแจ้งค่าใช้จ่ายที่เกิดซ้ำก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ธุรกิจวางงบได้

ควรถามว่า

  • รายการใดต่ออายุทุกปี
  • ราคาอาจเปลี่ยนหรือไม่
  • ชำระให้บริษัทหรือชำระตรงกับผู้ให้บริการ
  • หากไม่ต่ออายุจะเกิดอะไรขึ้น
  • สามารถเปลี่ยนโฮสติ้งได้หรือไม่
  • Plugin ใดต้องใช้ License

15. ตรวจสอบจำนวนรอบแก้ไข

บริษัทควรระบุจำนวนรอบแก้ไขในแต่ละขั้นตอน เช่น

  • แก้ Wireframe
  • แก้ Design
  • แก้ข้อความ
  • แก้ระบบ
  • แก้ก่อนเปิดเว็บไซต์

ควรถามว่า

  • แก้ไขได้กี่รอบ
  • หนึ่งรอบแก้ได้กี่รายการ
  • เปลี่ยนโครงสร้างใหม่คิดเพิ่มหรือไม่
  • เพิ่มหน้าคิดราคาอย่างไร
  • เปลี่ยน Design หลังอนุมัติแล้วมีค่าใช้จ่ายหรือไม่
  • แก้หลังเปิดเว็บไซต์ได้กี่วัน

การแก้ไขกับการเพิ่มขอบเขตต่างกันอย่างไร?

การแก้ไขอาจหมายถึง

  • เปลี่ยนสี
  • แก้ข้อความ
  • เปลี่ยนรูป
  • ปรับระยะ
  • แก้ปุ่ม

ส่วนการเพิ่มขอบเขตอาจหมายถึง

  • เพิ่มหน้า
  • เพิ่มภาษา
  • เพิ่มระบบสมาชิก
  • เพิ่มร้านค้า
  • เปลี่ยน Template ทั้งหมด
  • เพิ่มฟังก์ชันที่ไม่อยู่ในใบเสนอราคา

งานเพิ่มควรประเมินราคาใหม่อย่างโปร่งใส

16. ตรวจสอบระยะเวลาทำเว็บไซต์

ระยะเวลาทำเว็บไซต์ขึ้นอยู่กับ

  • จำนวนหน้า
  • ความซับซ้อน
  • ระบบพิเศษ
  • จำนวนภาษา
  • ความพร้อมของเนื้อหา
  • ความเร็วในการส่ง Feedback
  • จำนวนรอบแก้ไข
  • การเชื่อมระบบภายนอก
  • ขั้นตอนอนุมัติภายในองค์กร

บริษัทควรมี Timeline เช่น

  1. เก็บข้อมูล
  2. วางโครงสร้าง
  3. ออกแบบ
  4. พัฒนา
  5. ใส่เนื้อหา
  6. ทดสอบ
  7. แก้ไข
  8. เปิดเว็บไซต์
  9. ส่งมอบและอบรม

ควรมีวันที่ส่งงานแต่ละช่วง ไม่ใช่แจ้งเพียงวันเสร็จโดยรวม

17. ตรวจสอบการสื่อสารและผู้ประสานงาน

บริษัทควรมีผู้ประสานงานหลักที่เข้าใจขอบเขตและสรุปข้อมูลได้

ควรพิจารณาว่า

  • ตอบคำถามชัดเจนหรือไม่
  • นัดหมายตรงเวลาหรือไม่
  • สรุปข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่
  • แจ้งความคืบหน้าหรือไม่
  • แจ้งปัญหาก่อนกำหนดส่งหรือไม่
  • อธิบายเรื่องเทคนิคให้เข้าใจง่ายหรือไม่
  • มีช่องทางติดต่อชัดเจนหรือไม่
  • มีระบบรับ Feedback หรือไม่

การสื่อสารก่อนเริ่มงานมักสะท้อนรูปแบบการทำงานหลังเริ่มโครงการ

18. ตรวจสอบการดูแลหลังส่งมอบ

หลังเปิดเว็บไซต์อาจยังพบปัญหา เช่น

  • ข้อความผิด
  • แบบฟอร์มไม่ส่ง
  • Layout ผิดบนอุปกรณ์บางรุ่น
  • ลิงก์เสีย
  • Plugin ขัดแย้ง
  • อีเมลไม่เข้า
  • ข้อมูล Analytics ไม่ทำงาน

ควรถามว่า

  • รับประกันงานกี่วัน
  • แก้ Bug ฟรีหรือไม่
  • อะไรถือเป็น Bug
  • อะไรถือเป็นงานเพิ่ม
  • มีบริการดูแลรายเดือนหรือไม่
  • ตอบกลับภายในกี่วัน
  • มีบริการฉุกเฉินหรือไม่
  • อัปเดตระบบรวมในแพ็กเกจหรือไม่

การรับประกันควรมีเงื่อนไขชัดเจน ไม่ควรใช้เพียงคำว่า “ดูแลตลอดไป” โดยไม่มีรายละเอียด

19. ตรวจสอบการส่งมอบงาน

เมื่อสิ้นสุดโครงการ ธุรกิจควรได้รับรายการส่งมอบอย่างเป็นระบบ

ตัวอย่าง Checklist ส่งมอบ ได้แก่

  • เว็บไซต์เปิดใช้งานแล้ว
  • บัญชีผู้ดูแล
  • ข้อมูลโดเมน
  • ข้อมูลโฮสติ้ง
  • ไฟล์สำรอง
  • รายการ Plugin
  • ข้อมูล License
  • คู่มือใช้งาน
  • วิดีโออบรม
  • Google Analytics
  • Google Search Console
  • Sitemap
  • รายการ Redirect
  • แบบฟอร์มติดต่อ
  • รายการค่าใช้จ่ายรายปี
  • วันหมดอายุโดเมนและโฮสติ้ง
  • ช่องทางแจ้งปัญหา

ควรเปลี่ยนรหัสผ่านหลังส่งมอบและจัดเก็บในระบบที่ปลอดภัย

20. ตรวจสัญญาก่อนชำระเงิน

เว็บไซต์เป็นโครงการที่มีหลายขั้นตอน จึงควรมีสัญญาหรือข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร

หัวข้อสำคัญ ได้แก่

  • ขอบเขตงาน
  • รายการส่งมอบ
  • ระยะเวลา
  • ราคา
  • ภาษี
  • เงื่อนไขชำระเงิน
  • จำนวนรอบแก้ไข
  • สิทธิ์ในผลงาน
  • สิทธิ์ใช้ Template
  • License
  • การยกเลิกงาน
  • ค่าใช้จ่ายงานเพิ่ม
  • การรักษาความลับ
  • การส่งมอบบัญชี
  • การรับประกัน
  • การใช้ผลงานใน Portfolio

ไม่ควรชำระเงินโดยอาศัยการสนทนาในแชตเพียงอย่างเดียว หากโครงการมีมูลค่าสูงหรือมีระบบซับซ้อน

สัญญาณของบริษัทรับทำเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ

บริษัทที่น่าเชื่อถือมักมีลักษณะดังนี้

  • มีเว็บไซต์และข้อมูลบริษัทตรวจสอบได้
  • มีผลงานที่เปิดใช้งานจริง
  • สอบถามเป้าหมายก่อนเสนอราคา
  • อธิบายระบบที่ใช้ได้
  • ระบุขอบเขตชัดเจน
  • มี Timeline
  • แจ้งค่าใช้จ่ายรายปี
  • ไม่รับประกันอันดับ Google
  • ส่งมอบบัญชีผู้ดูแล
  • มีเงื่อนไขดูแลหลังส่งมอบ
  • อธิบายข้อจำกัดตรงไปตรงมา
  • มีเอกสารหรือใบเสนอราคา
  • ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของโดเมน
  • มีระบบ Backup
  • แนะนำสิ่งที่เหมาะกับงบ ไม่ขายฟังก์ชันเกินความจำเป็น

สัญญาณเตือนที่ควรระวัง

ควรพิจารณาให้ละเอียดหากพบว่า

  • ไม่มีผลงานที่เปิดดูได้
  • ราคาถูกมากแต่ไม่ระบุขอบเขต
  • ไม่ถามข้อมูลธุรกิจก่อนเสนอราคา
  • ไม่ยอมแจ้งระบบที่ใช้
  • ไม่ส่งมอบบัญชีผู้ดูแล
  • โดเมนต้องอยู่ในชื่อบริษัทเท่านั้น
  • ไม่แจ้งค่าต่ออายุ
  • รับประกันอันดับหนึ่งบน Google
  • ใช้ภาพหรือ Template โดยไม่ชี้แจง License
  • ไม่มีระบบ Backup
  • ไม่ระบุจำนวนรอบแก้ไข
  • ไม่มีกำหนดส่ง
  • ขอชำระเต็มจำนวนก่อนเริ่มโดยไม่มีเอกสาร
  • ไม่ยอมให้ย้ายโฮสติ้ง
  • ไม่มีเงื่อนไขการดูแลหลังส่งมอบ
  • บอกว่าสามารถทำได้ทุกอย่างโดยไม่วิเคราะห์ความเป็นไปได้

ฟรีแลนซ์กับบริษัทรับทำเว็บไซต์ แบบไหนเหมาะกว่า?

ทั้งสองรูปแบบสามารถทำเว็บไซต์ที่ดีได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของโครงการ

ประเด็นฟรีแลนซ์บริษัทรับทำเว็บไซต์
ราคาเริ่มต้นมักต่ำกว่ามักสูงกว่า
การสื่อสารติดต่อผู้ทำโดยตรงมีผู้ประสานงาน
ทีมงานคนเดียวหรือทีมเล็กมีหลายตำแหน่ง
ความยืดหยุ่นสูงในบางกรณีมีขั้นตอนชัดกว่า
ความต่อเนื่องขึ้นอยู่กับบุคคลกระจายงานได้
ระบบซับซ้อนอาจมีข้อจำกัดรองรับได้มากกว่า
การดูแลระยะยาวขึ้นกับคิวมีแพ็กเกจชัดเจนกว่า
เอกสารและสัญญาแตกต่างกันมากมักเป็นระบบกว่า

ฟรีแลนซ์เหมาะกับ

  • เว็บไซต์ขนาดเล็ก
  • งบประมาณจำกัด
  • งานที่ระบบไม่ซับซ้อน
  • ธุรกิจมีผู้ดูแลโปรเจกต์เอง
  • ต้องการติดต่อผู้พัฒนาโดยตรง

บริษัทเหมาะกับ

  • เว็บไซต์บริษัทขนาดกลางขึ้นไป
  • มีหลายฝ่ายอนุมัติ
  • ต้องการ Design, Content, SEO และระบบในโครงการเดียว
  • ต้องการดูแลต่อเนื่อง
  • มีระบบเฉพาะ
  • ต้องการ Timeline และเอกสารชัดเจน

ไม่ควรเลือกจากสถานะว่าเป็นบริษัทหรือฟรีแลนซ์เพียงอย่างเดียว ควรตรวจคุณภาพ ขอบเขต และความน่าเชื่อถือจริง

ควรเลือกบริษัทในพื้นที่หรือบริษัทออนไลน์?

ปัจจุบันงานเว็บไซต์สามารถทำจากระยะไกลได้เกือบทั้งหมด การอยู่พื้นที่เดียวกันไม่ใช่ปัจจัยจำเป็นเสมอไป

บริษัทในพื้นที่เหมาะเมื่อ

  • ต้องประชุมหน้างาน
  • ต้องถ่ายภาพหรือวิดีโอ
  • มีผู้บริหารที่ต้องการพบตัวจริง
  • ต้องเก็บข้อมูลสถานที่
  • ต้องการทีม Local

บริษัทออนไลน์เหมาะเมื่อ

  • มีระบบประชุมและส่งงานชัดเจน
  • ต้องการเลือกจาก Portfolio มากกว่าพื้นที่
  • ธุรกิจเตรียมข้อมูลได้
  • ไม่จำเป็นต้องเข้าหน้างาน

สิ่งสำคัญกว่าระยะทางคือ Workflow และความสามารถในการสื่อสาร

คำถามที่ควรถามบริษัทรับทำเว็บไซต์

ก่อนตัดสินใจควรถามอย่างน้อยดังนี้

  1. เคยทำเว็บไซต์ประเภทนี้หรือไม่?
  2. ใช้ระบบอะไร?
  3. ลูกค้าแก้ข้อมูลเองได้หรือไม่?
  4. ราคาครอบคลุมอะไรบ้าง?
  5. มีค่าใช้จ่ายรายปีอะไร?
  6. จำนวนหน้ารวมกี่หน้า?
  7. ออกแบบใหม่หรือใช้ Template?
  8. รองรับมือถือหรือไม่?
  9. ทำ SEO ระดับใด?
  10. รวมการเขียนเนื้อหาหรือไม่?
  11. รวมรูปภาพหรือไม่?
  12. แก้ไขได้กี่รอบ?
  13. ใช้เวลาทำกี่วัน?
  14. มี Timeline หรือไม่?
  15. ส่งมอบโดเมนและโฮสติ้งหรือไม่?
  16. ลูกค้าเป็นเจ้าของเว็บไซต์หรือไม่?
  17. มี Backup หรือไม่?
  18. ดูแลหลังส่งมอบกี่วัน?
  19. หากย้ายผู้ให้บริการทำได้หรือไม่?
  20. มีบริการดูแลรายเดือนหรือไม่?

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนขอราคา

เพื่อให้บริษัทประเมินราคาได้แม่นยำ ควรเตรียม

  • ชื่อธุรกิจ
  • ประเภทธุรกิจ
  • กลุ่มลูกค้า
  • เป้าหมายเว็บไซต์
  • จำนวนบริการ
  • จำนวนภาษา
  • จำนวนหน้าโดยประมาณ
  • เว็บไซต์ตัวอย่างที่ชอบ
  • ฟังก์ชันที่ต้องการ
  • มีโดเมนหรือยัง
  • มีโฮสติ้งหรือยัง
  • มีโลโก้หรือยัง
  • มี Brand Guideline หรือไม่
  • มีข้อความหรือไม่
  • มีรูปภาพหรือไม่
  • ต้องการทำ SEO หรือไม่
  • ต้องการเปิดเว็บไซต์เมื่อไร
  • งบประมาณโดยประมาณ

การแจ้งงบประมาณไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเลขตายตัว สามารถแจ้งเป็นช่วงเพื่อให้บริษัทแนะนำขอบเขตที่เหมาะสม

ตัวอย่าง Brief สำหรับขอใบเสนอราคาเว็บไซต์

ประเภทธุรกิจ: บริษัทให้บริการบัญชี
เป้าหมายเว็บไซต์: สร้างความน่าเชื่อถือและรับข้อมูลลูกค้า
กลุ่มเป้าหมาย: เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและบริษัทเปิดใหม่
จำนวนภาษา: ภาษาไทย
หน้าที่ต้องการ: หน้าแรก เกี่ยวกับเรา บริการ 5 หน้า บทความ และติดต่อเรา
ระบบ: WordPress
ฟังก์ชัน: แบบฟอร์มติดต่อ ปุ่ม LINE แผนที่ และระบบบทความ
SEO: ต้องการโครงสร้าง SEO เบื้องต้นและตั้งค่า Search Console
เนื้อหา: มีข้อมูลเบื้องต้น แต่ต้องการให้ช่วยเรียบเรียง
รูปภาพ: มีบางส่วน ต้องการภาพ Stock เพิ่ม
กำหนดเปิดเว็บไซต์: [ระบุวันที่]
งบประมาณ: [ระบุช่วงงบ]
เว็บไซต์ตัวอย่าง: [แนบลิงก์]

Brief ที่ชัดช่วยลดการประเมินผิดและทำให้ใบเสนอราคาของแต่ละบริษัทเปรียบเทียบกันได้ง่ายขึ้น

ตารางสรุปเกณฑ์เลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์

เกณฑ์สิ่งที่ควรตรวจ
Portfolioมีเว็บไซต์จริงและคุณภาพเหมาะสม
ความเข้าใจธุรกิจสอบถามเป้าหมายและกลุ่มลูกค้า
ระบบเว็บไซต์อธิบายข้อดี ข้อจำกัด และการดูแลได้
ขอบเขตงานระบุจำนวนหน้าและฟังก์ชันชัดเจน
ความเป็นเจ้าของลูกค้าเข้าถึงโดเมน โฮสติ้ง และหลังบ้าน
Mobileใช้งานได้จริงบนโทรศัพท์
ความเร็วมีแนวทางปรับประสิทธิภาพ
SEOมีโครงสร้างพื้นฐานและ Tracking
ความปลอดภัยมี SSL, Backup และระบบป้องกัน
ราคาเปรียบเทียบจากขอบเขตเดียวกัน
ค่าใช้จ่ายรายปีแจ้งล่วงหน้าและตรวจสอบได้
Timelineมีขั้นตอนและกำหนดส่ง
การแก้ไขระบุจำนวนรอบ
การส่งมอบมีบัญชี คู่มือ และไฟล์สำรอง
หลังการขายมีเงื่อนไขรับประกันและดูแล

บริการรับทำเว็บไซต์ WordPress จาก Moon Knight Creator

Moon Knight Creator ให้บริการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ WordPress สำหรับธุรกิจ โดยวางโครงสร้างตามสินค้า บริการ กลุ่มลูกค้า และเป้าหมายของเว็บไซต์

รูปแบบเว็บไซต์ที่สามารถสอบถามได้ เช่น

  • เว็บไซต์บริษัท
  • เว็บไซต์บริการ
  • เว็บไซต์ธุรกิจท้องถิ่น
  • เว็บไซต์ Portfolio
  • เว็บไซต์คลินิก
  • เว็บไซต์โรงแรม
  • เว็บไซต์ร้านอาหาร
  • เว็บไซต์โรงงาน
  • เว็บไซต์หลายภาษา
  • Landing Page
  • เว็บไซต์บทความ
  • ร้านค้าออนไลน์ตามขอบเขตโครงการ

แนวทางการทำงานสามารถครอบคลุม

  • วางโครงสร้างเว็บไซต์
  • ออกแบบหน้าเว็บ
  • พัฒนาด้วย WordPress
  • รองรับมือถือ
  • ติดตั้งแบบฟอร์มติดต่อ
  • เชื่อม LINE และ Social Media
  • วางพื้นฐาน SEO
  • ตั้งค่า Analytics และ Search Console ตามขอบเขต
  • ปรับความเร็วเบื้องต้น
  • ติดตั้งระบบ Backup และ Security ตามแพ็กเกจ
  • อบรมการใช้งาน
  • ดูแลหลังส่งมอบ

ก่อนเสนอราคา ควรแจ้งประเภทธุรกิจ จำนวนหน้า ระบบที่ต้องการ เนื้อหาที่มี และกำหนดเปิดเว็บไซต์ เพื่อประเมินขอบเขตให้เหมาะสม

สรุป

วิธีเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ที่ดีไม่ควรดูเพียงราคาและความสวยของหน้าเว็บ แต่ต้องพิจารณาทั้งผลงานจริง ความเข้าใจธุรกิจ ระบบที่ใช้ ขอบเขตงาน ความเป็นเจ้าของเว็บไซต์ ความเร็ว การรองรับมือถือ SEO ความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายรายปี และการดูแลหลังส่งมอบ

ก่อนตัดสินใจ ควรขอใบเสนอราคาที่ระบุรายละเอียดชัดเจน เปรียบเทียบบริษัทจากขอบเขตเดียวกัน และตรวจว่าธุรกิจจะได้รับบัญชีโดเมน โฮสติ้ง หลังบ้าน และระบบวัดผลครบหรือไม่

เว็บไซต์ที่ดีไม่ใช่เพียงเว็บไซต์ที่เปิดใช้งานได้ แต่ต้องช่วยให้ลูกค้าเข้าใจธุรกิจ ติดต่อได้ง่าย รองรับการเติบโต และสามารถดูแลต่อได้โดยไม่ผูกติดกับผู้ให้บริการมากเกินไป

หากกำลังวางแผนทำเว็บไซต์ สามารถเตรียมข้อมูลเบื้องต้น เช่น เป้าหมาย จำนวนหน้า ฟังก์ชัน เนื้อหา และงบประมาณ แล้วส่งให้ผู้ให้บริการประเมินแนวทางก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์

ควรเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์จากราคาถูกที่สุดหรือไม่?

ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว ควรเปรียบเทียบจำนวนหน้า ระบบ การออกแบบ SEO โฮสติ้ง Backup การอบรม และการดูแลหลังส่งมอบร่วมด้วย

ทำเว็บไซต์ราคาเท่าไร?

ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนหน้า รูปแบบการออกแบบ ระบบ จำนวนภาษา เนื้อหา และฟังก์ชัน ไม่ควรใช้ราคาเดียวกับเว็บไซต์ทุกประเภท

ควรใช้ WordPress หรือระบบเขียนใหม่?

WordPress เหมาะกับเว็บไซต์ธุรกิจทั่วไปและเว็บเนื้อหา ส่วนระบบเขียนใหม่เหมาะกับฟังก์ชันเฉพาะ ควรเลือกตามเป้าหมาย งบ และความพร้อมในการดูแล

บริษัทควรส่งมอบโดเมนให้ลูกค้าหรือไม่?

ธุรกิจควรเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิ์ควบคุมบัญชีโดเมน เพราะโดเมนเป็นทรัพย์สินสำคัญและจำเป็นต่อการย้ายผู้ให้บริการในอนาคต

รับทำเว็บไซต์รวม SEO หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ ควรถามว่ารวมเพียงโครงสร้าง SEO เบื้องต้น หรือรวมการวิเคราะห์คีย์เวิร์ด เขียนเนื้อหา และดูแลอันดับต่อเนื่อง

ทำเว็บไซต์ใช้เวลากี่วัน?

ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้า ระบบ ความพร้อมของเนื้อหา และขั้นตอนอนุมัติ เว็บไซต์ขนาดเล็กใช้เวลาน้อยกว่าเว็บไซต์หลายภาษา ร้านค้าออนไลน์ หรือระบบเฉพาะ

หลังทำเว็บไซต์ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

มักมีค่าโดเมน โฮสติ้ง License ระบบ Backup ความปลอดภัย และค่าดูแล ควรขอรายการค่าใช้จ่ายรายปีก่อนเริ่มงาน

เว็บไซต์ควรมีการรับประกันหรือไม่?

ควรมีช่วงรับประกันสำหรับแก้ข้อผิดพลาดจากการพัฒนา พร้อมระบุให้ชัดว่าอะไรถือเป็น Bug และอะไรเป็นงานเพิ่ม

ลูกค้าแก้ไขเว็บไซต์เองได้หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับระบบ เว็บไซต์ที่ใช้ CMS เช่น WordPress สามารถเปิดให้ลูกค้าแก้ข้อความ รูปภาพ และบทความได้ แต่ควรมีการอบรมและกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน

ต้องขอไฟล์เว็บไซต์ทั้งหมดหรือไม่?

ควรได้รับบัญชีผู้ดูแล ข้อมูลโฮสติ้ง ฐานข้อมูล และไฟล์สำรองที่จำเป็น เพื่อให้ย้ายหรือกู้คืนเว็บไซต์ได้ในอนาคต

ติดต่อเรา

หมวดหมู่

ป้ายกำกับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

3-55.jpg
เปรียบเทียบ WordPress และ Shopify สำหรับ SME ไทย
การมีเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ในวันนี้ไม่ได้เป็นแค่ “ตัวเลือก” แต่เป็น “เครื่อง...
blue-scooter-on-pink-background-3-d-illustration-TM63HSJb.jpg
ราคาทำเว็บไซต์คิดอย่างไร? คู่มือสำหรับเจ้าของธุรกิ...
เมื่อเจ้าของธุรกิจเริ่มมองหาการสร้างเว็บไซต์ หนึ่งในคำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือ &#...
Moon Knight Creator
เว็บไซต์ไม่ปลอดภัยแก้อย่างไร? สาเหตุและวิธีแก้ Not...
เมื่อเปิดเว็บไซต์แล้วพบข้อความว่า “ไม่ปลอดภัย”, “Not Secure” หรือ “การเชื่อมต่อข...
Moon Knight Creator
เว็บไซต์ช้าเกิดจากอะไร? 12 สาเหตุและวิธีแก้เว็บ Wo...
เว็บไซต์โหลดช้าเป็นปัญหาที่ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นหน้า...
Moon Knight Creator
วิธีเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ ต้องดูอะไรบ้างก่อนตัด...
เว็บไซต์เป็นหนึ่งในทรัพย์สินสำคัญของธุรกิจ เพราะใช้แนะนำบริษัท สร้างความน่าเชื่อ...
Moon Knight Creator
ทำเว็บไซต์ใช้เวลากี่วัน? ระยะเวลาตามประเภทเว็บไซต์...
การทำเว็บไซต์ใช้เวลานานแค่ไหน เป็นหนึ่งในคำถามที่เจ้าของธุรกิจมักถามก่อนตัดสินใจ...
Moon Knight Creator
รับทำเว็บไซต์ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง? Checklist ก...
การจ้างทำเว็บไซต์ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกสีหรือเลือกรูปแบบหน้าเว็บเพียงอย่างเดี...
20-16.jpg
จ้างทำ SEO กับทำเองต่างกันอย่างไร? แบบไหนเหมาะกับธ...
เมื่อเจ้าของธุรกิจเริ่มสนใจทำ SEO คำถามสำคัญที่มักเกิดขึ้นคือ ควรเรียนรู้และทำ S...