ราคางานกราฟิกคิดอย่างไร? ตารางราคาตัวอย่างและสิ่งที่ควรรู้ก่อนจ้าง

/
/
ราคางานกราฟิกคิดอย่างไร? ตารางราคาตัวอย่างและสิ่งที่ควรรู้ก่อนจ้าง
20-16.jpg

ราคางานกราฟิกเป็นหนึ่งในคำถามแรกที่เจ้าของธุรกิจมักถามก่อนจ้างนักออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพโพสต์ Social Media แบนเนอร์เว็บไซต์ โบรชัวร์ เมนูสินค้า โลโก้ หรือการออกแบบ Brand Identity

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมงานที่ดูเหมือนเป็นภาพเพียงหนึ่งชิ้นจึงมีราคาต่างกันมาก บางแห่งคิดหลักร้อย ขณะที่บางโครงการอาจมีราคาหลักหมื่นหรือสูงกว่านั้น

สาเหตุคือราคางานกราฟิกไม่ได้คิดจากขนาดภาพเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน จำนวนแนวคิด จำนวนครั้งที่แก้ไข ระยะเวลาทำงาน การเตรียมข้อมูล การวาดองค์ประกอบใหม่ สิทธิ์การใช้งาน และประเภทไฟล์ที่ลูกค้าต้องการ

บทความนี้จะอธิบายว่าราคางานกราฟิกคิดอย่างไร พร้อมช่วงราคาตัวอย่าง ปัจจัยที่ทำให้ราคาแตกต่าง ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดเพิ่มเติม และ Checklist ที่ควรถามก่อนตกลงจ้าง

ตัวเลขในบทความเป็นเพียงตัวอย่างสำหรับใช้วางแผนงบ ไม่ใช่ราคากลางตายตัว ราคาจริงควรประเมินจากขอบเขตงานและใบเสนอราคาของผู้ให้บริการแต่ละราย

หัวข้อ

ราคางานกราฟิกคิดจากอะไร

การประเมินราคางานกราฟิกมักพิจารณาจากองค์ประกอบหลายส่วนร่วมกัน ได้แก่

  • ประเภทของงาน
  • ความยากและความซับซ้อน
  • จำนวนชิ้นงาน
  • จำนวนแนวคิดที่ต้องนำเสนอ
  • จำนวนขนาดหรือช่องทางที่นำไปใช้
  • จำนวนครั้งที่ปรับแก้
  • ระยะเวลาส่งงาน
  • การวาด Illustration หรือสร้างองค์ประกอบใหม่
  • การซื้อภาพ ฟอนต์ หรือทรัพยากรเพิ่มเติม
  • การส่งไฟล์ต้นฉบับ
  • สิทธิ์การใช้งานเชิงพาณิชย์
  • ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของนักออกแบบ

ดังนั้น งานสองชิ้นที่มีขนาดเท่ากันอาจมีราคาไม่เท่ากัน หากงานหนึ่งใช้ข้อมูลและภาพที่ลูกค้าเตรียมครบแล้ว แต่อีกงานต้องวางแนวคิด ถ่ายภาพ วาดภาพใหม่ และปรับหลายขนาด

ผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจขอบเขตของงานแต่ละประเภทเพิ่มเติม สามารถอ่าน Graphic Design คืออะไร เพื่อแยกให้ออกว่างานใดเป็นการจัดวางทั่วไป งานใดต้องวางแนวคิด และงานใดควรพัฒนาเป็นระบบแบรนด์

รูปแบบการคิดราคางานกราฟิกที่พบบ่อย

ผู้ให้บริการแต่ละรายอาจคิดราคาแตกต่างกันตามลักษณะงานและรูปแบบการทำงาน

1. คิดราคาต่อชิ้น

เหมาะกับงานที่มีขอบเขตชัดเจน เช่น

  • ภาพโพสต์ Facebook
  • แบนเนอร์เว็บไซต์
  • ภาพโปรโมชั่น
  • Infographic
  • นามบัตร
  • ใบปลิว

ข้อดีคือเข้าใจค่าใช้จ่ายง่าย และเหมาะกับลูกค้าที่ต้องการงานจำนวนไม่มาก

อย่างไรก็ตาม ควรตรวจว่าราคาต่อชิ้นรวมการเขียนข้อความ การหาภาพ การแก้ไข และการปรับขนาดแล้วหรือไม่

2. คิดราคาเป็นชุดหรือแพ็กเกจ

เหมาะกับงานที่ต้องใช้หลายชิ้นในแคมเปญเดียวกัน เช่น

  • ภาพ Social Media 10 ชิ้น
  • ชุดแบนเนอร์หลายขนาด
  • ชุดภาพโปรโมชั่นรายเดือน
  • ชุดสื่อเปิดตัวสินค้า
  • ชุดสื่อสำหรับงานอีเวนต์

ราคาต่อชิ้นในแพ็กเกจอาจต่ำกว่าการสั่งแยก เพราะสามารถใช้แนวคิดและระบบกราฟิกร่วมกันได้

3. คิดราคาตามโครงการ

เหมาะกับงานที่มีหลายองค์ประกอบและต้องวางระบบ เช่น

  • ออกแบบแบรนด์
  • ออกแบบแคมเปญ
  • ออกแบบบรรจุภัณฑ์หลายรายการ
  • ออกแบบเว็บไซต์
  • จัดทำรายงานประจำปี
  • ออกแบบ Catalog

ผู้ให้บริการจะประเมินราคาจากขอบเขตทั้งหมด ระยะเวลา ทีมงาน และสิ่งที่ต้องส่งมอบ

4. คิดราคาเป็นรายเดือน

เหมาะกับธุรกิจที่ต้องใช้กราฟิกต่อเนื่อง เช่น

  • ดูแลภาพโพสต์ Social Media
  • ออกแบบโปรโมชั่นรายเดือน
  • ปรับภาพสินค้า
  • ทำสื่อสำหรับทีมการตลาด
  • ทำภาพโฆษณา Facebook Ads
  • ทำ Content Template

แพ็กเกจรายเดือนควรระบุให้ชัดว่า

  • ได้กี่ชิ้น
  • รวมกี่ขนาด
  • แก้ไขได้กี่ครั้ง
  • งานที่ใช้ไม่หมดสามารถยกไปเดือนได้หรือไม่
  • มีบริการเขียนข้อความหรือไม่
  • รวมงานเร่งด่วนหรือไม่

5. คิดราคาตามชั่วโมงหรือวันทำงาน

เหมาะกับงานที่ยังไม่สามารถกำหนดจำนวนชิ้นได้ชัด หรือมีการทำงานร่วมกับทีมลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างเช่น

  • แก้ไขไฟล์เดิมจำนวนมาก
  • จัดหน้าเอกสาร
  • ปรับ Template
  • ช่วยทีมการตลาดรายวัน
  • ทำงานตามรายการที่ทยอยส่ง

รูปแบบนี้ควรมีระบบบันทึกเวลาและกำหนดขอบเขตงานให้ชัดเจน

ตารางราคางานกราฟิกตัวอย่าง

ช่วงราคาต่อไปนี้ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น ราคาจริงอาจต่ำหรือสูงกว่านี้ตามขอบเขตและคุณภาพที่ต้องการ

ประเภทงานช่วงราคาตัวอย่าง
ภาพโพสต์ Social Media500–2,500 บาทต่อชิ้น
ภาพโฆษณา Facebook หรือ Instagram800–3,500 บาทต่อชิ้น
แบนเนอร์เว็บไซต์1,000–5,000 บาทต่อชิ้น
แบนเนอร์ร้านค้าออนไลน์1,000–5,000 บาทต่อชิ้น
Infographic แบบทั่วไป2,000–10,000 บาทต่อชิ้น
นามบัตร1,000–4,000 บาท
ใบปลิว1,500–6,000 บาท
โปสเตอร์1,500–8,000 บาท
เมนูอาหารหรือเครื่องดื่ม2,000–15,000 บาท
โบรชัวร์3,000–15,000 บาท
Catalog5,000–50,000 บาทขึ้นไป
ออกแบบโลโก้5,000–50,000 บาทขึ้นไป
Brand Identity15,000–100,000 บาทขึ้นไป
ออกแบบบรรจุภัณฑ์5,000–50,000 บาทต่อแบบ
แพ็กเกจกราฟิกรายเดือน8,000–50,000 บาทขึ้นไป

ก่อนเผยแพร่ช่วงราคาบนเว็บไซต์ ควรปรับให้ตรงกับขอบเขตและราคาที่ธุรกิจรับงานจริง เพื่อไม่ให้ลูกค้าเข้าใจว่าทุกงานต้องอยู่ในช่วงเดียวกัน

ตัวอย่างราคาออกแบบภาพ Social Media

ภาพ Social Media อาจดูเหมือนเป็นงานขนาดเล็ก แต่ราคาจะแตกต่างตามรูปแบบและข้อมูลที่ต้องเตรียม

งานพื้นฐาน

เหมาะกับงานที่ลูกค้ามี

  • ข้อความพร้อม
  • ภาพสินค้าพร้อม
  • โลโก้และสีแบรนด์พร้อม
  • ตัวอย่างรูปแบบชัดเจน

ราคามักต่ำกว่างานที่ต้องคิดแนวทางใหม่ทั้งหมด

งานที่ต้องวางแนวคิด

อาจรวมถึง

  • คิดหัวข้อ
  • วาง Key Message
  • เลือกภาพ
  • ออกแบบ Layout
  • สร้างรูปแบบกราฟิกใหม่
  • ทำหลายขนาด
  • ปรับตามแคมเปญ

งานประเภทนี้มีขั้นตอนมากกว่า จึงมีราคาสูงกว่างานจัดวางทั่วไป

ตัวอย่างคำนวณแพ็กเกจ

สมมติธุรกิจต้องการภาพโพสต์ 10 ชิ้น

  • ค่าออกแบบภาพ 10 ชิ้น ชิ้นละ 1,000 บาท
  • ปรับขนาด Story 10 ชิ้น ชิ้นละ 200 บาท
  • ซื้อภาพ Stock รวม 1,000 บาท

คำนวณ:

  • ค่าออกแบบ 10,000 บาท
  • ค่าปรับขนาด 2,000 บาท
  • ค่าภาพ Stock 1,000 บาท

รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 13,000 บาท

หากลูกค้ามีภาพและข้อมูลครบ หรือใช้ Template เดิม ราคาก็อาจลดลงได้

ตัวอย่างราคาออกแบบแบนเนอร์

ราคาของแบนเนอร์ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและจำนวนขนาดที่นำไปใช้

ตัวอย่างเช่น แคมเปญหนึ่งอาจต้องใช้

  • Hero Banner เว็บไซต์
  • แบนเนอร์มือถือ
  • แบนเนอร์ Shopee
  • แบนเนอร์ Lazada
  • ภาพ Facebook
  • ภาพ Story

แม้เป็นแคมเปญเดียวกัน แต่ไม่ควรเพียงย่อภาพเดียวทุกขนาด เพราะข้อความและภาพอาจถูกตัด

ตัวอย่างคำนวณ

  • ออกแบบ Key Visual หลัก 4,000 บาท
  • ปรับเป็นแบนเนอร์เว็บไซต์ 1,000 บาท
  • ปรับเป็นภาพมือถือ 700 บาท
  • ปรับเป็น Marketplace 2 ขนาด ขนาดละ 700 บาท
  • ปรับเป็นโพสต์ Social Media 700 บาท

รวมประมาณ 7,800 บาท

ราคานี้เป็นเพียงตัวอย่าง โดยยังไม่รวมค่าถ่ายภาพสินค้า ค่าซื้อภาพ และค่าเขียนข้อความ

ตัวอย่างราคาออกแบบโลโก้

ราคาการออกแบบโลโก้มักแตกต่างกันมาก เพราะขอบเขตบริการแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน

แพ็กเกจอาจแตกต่างกันด้าน

  • จำนวนแนวคิด
  • การวิเคราะห์แบรนด์
  • Moodboard
  • จำนวนรอบแก้ไข
  • รูปแบบโลโก้
  • คู่มือการใช้งาน
  • ไฟล์ต้นฉบับ
  • ตัวอย่างการนำไปใช้
  • สิทธิ์การใช้งาน

โลโก้พื้นฐาน

อาจประกอบด้วย

  • โลโก้หลัก
  • สีหลัก
  • ไฟล์ PNG, JPG และ PDF
  • จำนวนแก้ไขตามที่กำหนด

Logo System

อาจเพิ่ม

  • โลโก้แนวนอน
  • โลโก้แนวตั้ง
  • Symbol
  • โลโก้สีและขาวดำ
  • Safe Area
  • ขนาดขั้นต่ำ
  • ไฟล์ AI, EPS และ SVG

Brand Identity

ครอบคลุมมากกว่าโลโก้ เช่น

  • Brand Concept
  • Color Palette
  • Typography
  • Graphic Elements
  • Pattern
  • Brand Guideline
  • ตัวอย่างการใช้งาน

การเปรียบเทียบราคาจึงควรดูสิ่งที่ได้รับ ไม่ควรดูเฉพาะจำนวนเงินสุดท้าย

ปัจจัยที่ทำให้ราคางานกราฟิกแตกต่างกัน

1. ความซับซ้อนของงาน

งานจัดวางข้อความและภาพที่มีอยู่แล้ว มักใช้เวลาน้อยกว่างานที่ต้องคิดแนวทางใหม่ วาดภาพ หรือสร้างองค์ประกอบเฉพาะ

ตัวอย่างงานที่มีความซับซ้อนสูง ได้แก่

  • Illustration
  • Infographic ที่มีข้อมูลจำนวนมาก
  • Packaging
  • Brand Identity
  • Key Visual แคมเปญ
  • Catalog หลายหน้า

2. จำนวนแนวคิดที่นำเสนอ

การนำเสนอ 3 แนวคิดไม่ได้หมายถึงการทำงานเพียงชิ้นเดียว เพราะนักออกแบบต้องพัฒนาแนวทางหลายแบบให้ลูกค้าเลือก

หากต้องการหลายแนวคิด ราคาจึงอาจสูงขึ้นตามเวลาที่ใช้

3. จำนวนครั้งที่แก้ไข

ใบเสนอราคาควรระบุจำนวนรอบแก้ไขอย่างชัดเจน เช่น

  • แก้ไขได้ 2 รอบ
  • แก้ไขได้ 3 รอบ
  • แก้ไขรายละเอียดภายในแนวคิดที่เลือก
  • ไม่รวมการเปลี่ยนแนวทางใหม่ทั้งหมด

ควรแยกความหมายระหว่าง “แก้ไข” กับ “เปลี่ยน Brief” เพราะการเปลี่ยนเป้าหมายหรือแนวคิดหลังเริ่มงานอาจถือเป็นงานเพิ่มเติม

4. จำนวนขนาดและช่องทาง

หนึ่งงานอาจต้องนำไปใช้หลายตำแหน่ง เช่น

  • เว็บไซต์ Desktop
  • เว็บไซต์ Mobile
  • Facebook Feed
  • Instagram Feed
  • Story
  • Marketplace
  • งานพิมพ์

แต่ละขนาดอาจต้องจัดวางใหม่ ไม่ใช่เพียงกด Resize

5. ระยะเวลาส่งงาน

งานเร่งด่วนอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพราะผู้ให้บริการต้องปรับตารางงาน ทำงานนอกเวลา หรือเลื่อนงานอื่น

ควรแจ้งกำหนดใช้ผลงานตั้งแต่ก่อนขอราคา ไม่ควรรอจนใกล้วันใช้งานแล้วจึงแจ้งว่าเร่งด่วน

6. คุณภาพข้อมูลที่ลูกค้าส่ง

หากลูกค้าเตรียมข้อมูลครบถ้วน เช่น

  • ข้อความ
  • โลโก้
  • ภาพสินค้า
  • ราคา
  • เงื่อนไขโปรโมชั่น
  • ตัวอย่างที่ชอบ
  • ขนาดงาน
  • วันส่งงาน

นักออกแบบจะประเมินราคาและเริ่มงานได้เร็วขึ้น

หากข้อมูลยังไม่พร้อม อาจต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการค้นข้อมูล เขียนข้อความ จัดภาพ หรือวางแนวทาง

7. ภาพถ่ายและทรัพยากรประกอบ

งานบางประเภทต้องใช้

  • ภาพ Stock
  • ฟอนต์แบบมีค่าใช้จ่าย
  • Icon
  • Mockup
  • Illustration
  • ภาพถ่ายสินค้า
  • ภาพบุคคล

ควรตรวจว่าสิ่งเหล่านี้รวมอยู่ในราคาหรือคิดแยก

8. ไฟล์ต้นฉบับ

ไฟล์ต้นฉบับ เช่น AI, PSD, INDD หรือไฟล์ที่สามารถนำไปแก้ไขต่อได้ อาจรวมอยู่ในแพ็กเกจหรือคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ลูกค้าควรถามก่อนเริ่มงานว่า

  • ได้รับไฟล์ต้นฉบับหรือไม่
  • ได้รับไฟล์ลิงก์รูปและฟอนต์หรือไม่
  • ฟอนต์มีสิทธิ์ใช้งานหรือไม่
  • สามารถนำไฟล์ไปแก้ไขต่อได้หรือไม่

9. สิทธิ์การใช้งาน

ควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง

  • ใช้ภายในธุรกิจ
  • ใช้ในสื่อออนไลน์
  • ใช้ในงานโฆษณา
  • ใช้บนสินค้าเพื่อจำหน่าย
  • ใช้ในหลายประเทศ
  • โอนสิทธิ์ให้บุคคลอื่น
  • ใช้แบบไม่จำกัดระยะเวลา

งานที่นำไปผลิตสินค้าจำนวนมากหรือใช้ในแคมเปญขนาดใหญ่ อาจมีเงื่อนไขต่างจากงานใช้ทั่วไป

10. ประสบการณ์ของนักออกแบบ

ราคาของนักออกแบบไม่ได้สะท้อนเฉพาะเวลาที่ใช้ทำไฟล์ แต่รวมถึงประสบการณ์ในการ

  • วิเคราะห์โจทย์
  • ลดข้อผิดพลาด
  • วางลำดับข้อมูล
  • เข้าใจงานพิมพ์
  • เตรียมไฟล์ส่งผลิต
  • รักษาภาพลักษณ์แบรนด์
  • แก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

ผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์อาจใช้เวลาทำน้อยกว่า แต่สามารถส่งมอบงานที่พร้อมใช้งานและลดความเสี่ยงได้มากกว่า

ค่าใช้จ่ายที่อาจไม่รวมในราคาเริ่มต้น

ก่อนตกลงจ้าง ควรถามให้ชัดว่าราคาเสนอรวมรายการต่อไปนี้หรือไม่

ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตัวอย่าง
ค่าภาพ Stockซื้อภาพจากเว็บไซต์ภาพลิขสิทธิ์
ค่าฟอนต์ฟอนต์เชิงพาณิชย์หรือฟอนต์เฉพาะแบรนด์
ค่าถ่ายภาพถ่ายสินค้า อาหาร สถานที่ หรือบุคคล
ค่าเขียนข้อความCaption, Headline หรือข้อความโฆษณา
ค่าวาด Illustrationภาพวาดเฉพาะสำหรับโครงการ
ค่าปรับหลายภาษาเพิ่มภาษาอังกฤษ จีน หรือภาษาอื่น
ค่าแก้เกินรอบแก้ไขเพิ่มเติมจากแพ็กเกจ
ค่างานเร่งงานที่ต้องส่งเร็วกว่ากำหนดปกติ
ค่าปรับขนาดเพิ่มรูปแบบสำหรับช่องทางอื่น
ค่าไฟล์ต้นฉบับหากไม่ได้รวมในแพ็กเกจ
ค่าพิมพ์ผลิตนามบัตร ใบปลิว ป้าย หรือบรรจุภัณฑ์
ค่าจัดส่งและติดตั้งงานป้ายหรือสื่อสิ่งพิมพ์ขนาดใหญ่

ราคาถูกกับราคาแพงต่างกันอย่างไร

ราคาสูงไม่ได้แปลว่างานจะเหมาะกับธุรกิจทุกครั้ง และราคาต่ำก็ไม่ได้หมายความว่างานไม่มีคุณภาพเสมอไป

สิ่งที่ควรเปรียบเทียบ ได้แก่

  • ขอบเขตงาน
  • จำนวนแนวคิด
  • จำนวนรอบแก้
  • ระยะเวลาส่งมอบ
  • คุณภาพ Portfolio
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรม
  • ประเภทไฟล์ที่ได้รับ
  • การส่งไฟล์ต้นฉบับ
  • สิทธิ์การใช้งาน
  • การดูแลหลังส่งมอบ

ตัวอย่างเช่น

ผู้ให้บริการ A เสนอราคา 3,000 บาท แต่รวมเพียงไฟล์ JPG และแก้ได้หนึ่งครั้ง

ผู้ให้บริการ B เสนอราคา 6,000 บาท แต่รวมการวางแนวคิด ไฟล์ต้นฉบับ หลายขนาด และแก้ได้สามครั้ง

หากดูเพียงตัวเลข ผู้ให้บริการ A ดูถูกกว่า แต่เมื่อพิจารณาสิ่งที่ได้รับ ผู้ให้บริการ B อาจเหมาะกับการใช้งานมากกว่า

ทำไมไม่ควรถามราคาโดยไม่มีรายละเอียดงาน

คำถามว่า “ออกแบบภาพหนึ่งภาพราคาเท่าไร” ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับประเมินราคา

ผู้ให้บริการจำเป็นต้องทราบอย่างน้อยว่า

  • เป็นภาพประเภทใด
  • ใช้ที่ไหน
  • ขนาดเท่าไร
  • มีข้อมูลและภาพพร้อมหรือไม่
  • ต้องการกี่แนวคิด
  • แก้ไขได้กี่ครั้ง
  • ต้องการไฟล์อะไร
  • ใช้งานเมื่อไร
  • มีตัวอย่างที่ชอบหรือไม่

ยิ่ง Brief ชัดเจน ราคาที่ได้รับก็จะยิ่งใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายจริง

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนขอราคา

1. ประเภทงาน

ระบุว่าต้องการงานอะไร เช่น

  • ภาพโพสต์
  • แบนเนอร์
  • โลโก้
  • โบรชัวร์
  • เมนู
  • Packaging
  • Infographic
  • Brand Identity

2. วัตถุประสงค์

อธิบายว่าใช้เพื่ออะไร เช่น

  • เพิ่มยอดขาย
  • โปรโมตสินค้าใหม่
  • สร้างภาพลักษณ์
  • ใช้ในงานอีเวนต์
  • ใช้ในเว็บไซต์
  • ใช้ในการโฆษณา

3. กลุ่มเป้าหมาย

ระบุกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสื่อสาร เช่น

  • นักเรียน
  • คนทำงาน
  • เจ้าของธุรกิจ
  • ผู้สูงอายุ
  • ลูกค้าระดับพรีเมียม
  • ลูกค้าในพื้นที่

4. จำนวนชิ้นและขนาด

ควรระบุให้ครบว่าต้องการ

  • กี่ชิ้น
  • กี่ขนาด
  • ใช้บนช่องทางใด
  • ต้องการแนวตั้งหรือแนวนอน
  • มีงานพิมพ์หรือไม่

5. ข้อมูลและไฟล์ที่มีอยู่

แจ้งว่ามีสิ่งใดพร้อมแล้ว เช่น

  • โลโก้
  • ภาพสินค้า
  • ข้อความ
  • Brand Guideline
  • ฟอนต์
  • ตัวอย่างงานเดิม

6. กำหนดเวลา

ระบุ

  • วันเริ่มงาน
  • วันที่ต้องการดูร่างแรก
  • วันส่งไฟล์
  • วันใช้งานจริง

ควรเผื่อเวลาสำหรับการตรวจและแก้ไขด้วย

7. งบประมาณ

การแจ้งงบประมาณช่วยให้ผู้ให้บริการเสนอขอบเขตที่เหมาะสมได้

หากมีงบจำกัด อาจปรับลดจำนวนแนวคิด จำนวนขนาด หรือรายการที่ส่งมอบ แทนการลดคุณภาพทุกส่วนพร้อมกัน

ตัวอย่าง Brief สำหรับขอราคางานกราฟิก

ประเภทงาน: ภาพโปรโมชั่น Social Media
จำนวน: 10 ภาพ
ขนาด: Facebook Feed และ Instagram Story
เป้าหมาย: โปรโมตสินค้าใหม่และเพิ่มข้อความสอบถาม
กลุ่มเป้าหมาย: เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก อายุ 25–45 ปี
ข้อมูลที่มี: โลโก้ ภาพสินค้า ราคา และข้อความเบื้องต้น
สไตล์: เรียบง่าย เป็นมืออาชีพ ใช้สีตามแบรนด์
วันใช้งาน: 15 สิงหาคม
ไฟล์ที่ต้องการ: JPG, PNG และไฟล์ต้นฉบับ
จำนวนรอบแก้: ต้องการอย่างน้อย 2 รอบ
งบประมาณ: 12,000–18,000 บาท

Brief ลักษณะนี้ช่วยให้ผู้ให้บริการประเมินราคาและระยะเวลาได้แม่นยำกว่าการแจ้งเพียงว่า “ต้องการภาพสวย ๆ 10 ภาพ”

สิ่งที่ควรมีในใบเสนอราคา

ใบเสนอราคาที่ชัดเจนควรมีข้อมูลดังนี้

  • ชื่องาน
  • ขอบเขตบริการ
  • จำนวนชิ้น
  • จำนวนแนวคิด
  • จำนวนรอบแก้ไข
  • ระยะเวลาทำงาน
  • รายการไฟล์ที่ส่งมอบ
  • ไฟล์ต้นฉบับ
  • สิทธิ์การใช้งาน
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • เงื่อนไขการชำระเงิน
  • ระยะเวลาที่ใบเสนอราคามีผล
  • เงื่อนไขยกเลิกงาน
  • ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ไม่ควรเริ่มงานโดยอาศัยเพียงข้อความสนทนาสั้น ๆ หากโครงการมีมูลค่าสูงหรือมีขอบเขตหลายส่วน

จำนวนรอบแก้ไขควรคิดอย่างไร

การกำหนดจำนวนรอบแก้ไขช่วยควบคุมเวลาและค่าใช้จ่ายของทั้งสองฝ่าย

ตัวอย่าง:

รอบที่ 1

ลูกค้ารวบรวมความคิดเห็นทั้งหมดเกี่ยวกับ

  • สี
  • รูปภาพ
  • ข้อความ
  • ตำแหน่ง
  • ขนาด

แล้วส่งกลับในครั้งเดียว

รอบที่ 2

ตรวจรายละเอียดหลังแก้ไข เช่น

  • คำสะกด
  • ราคา
  • วันเวลา
  • ระยะห่าง
  • ความถูกต้องของข้อมูล

หากลูกค้าส่งความคิดเห็นแยกหลายครั้ง อาจทำให้หนึ่งรอบกลายเป็นการแก้จำนวนมาก จึงควรกำหนดวิธีนับรอบให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

ไฟล์ต้นฉบับจำเป็นหรือไม่

ไฟล์ต้นฉบับเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการ

  • แก้ข้อความในอนาคต
  • ปรับขนาดเอง
  • ส่งต่อให้ทีมภายใน
  • ผลิตงานเพิ่มเติม
  • เก็บเป็นทรัพย์สินของแบรนด์

แต่ไฟล์ต้นฉบับอาจต้องใช้โปรแกรมเฉพาะ และอาจมีภาพหรือฟอนต์ที่มีเงื่อนไขลิขสิทธิ์

ก่อนรับไฟล์ควรถามว่า

  • ต้องใช้โปรแกรมอะไรเปิด
  • รวมฟอนต์หรือไม่
  • รวมภาพลิงก์หรือไม่
  • สามารถนำไปแก้และผลิตต่อได้หรือไม่
  • ต้องซื้อ License เพิ่มหรือไม่

ลิขสิทธิ์งานกราฟิกควรตกลงอย่างไร

เรื่องลิขสิทธิ์ควรระบุในข้อตกลงหรือใบเสนอราคา ไม่ควรคาดเดาจากการชำระเงินเพียงอย่างเดียว

ควรถามว่า

  • ลูกค้ามีสิทธิ์ใช้งานในช่องทางใด
  • ใช้ได้ตลอดไปหรือมีระยะเวลา
  • แก้ไขงานต่อได้หรือไม่
  • ใช้ผลิตสินค้าเพื่อขายได้หรือไม่
  • นักออกแบบนำไปแสดงใน Portfolio ได้หรือไม่
  • มีการโอนลิขสิทธิ์หรือให้สิทธิ์ใช้งาน
  • ภาพและฟอนต์จากภายนอกมี License แบบใด

เงื่อนไขควรเหมาะกับมูลค่าและลักษณะการใช้งานจริง

งานเร่งควรคิดราคาเพิ่มหรือไม่

งานเร่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเมื่อ

  • ต้องแทรกคิว
  • ต้องทำงานนอกเวลา
  • ต้องลดระยะเวลาตรวจสอบ
  • ต้องจัดทีมเพิ่ม
  • ต้องส่งหลายชิ้นในเวลาจำกัด

ผู้ให้บริการควรแจ้งค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มงาน และลูกค้าควรตรวจให้แน่ใจว่างานยังมีเวลาเพียงพอสำหรับการตรวจข้อมูลสำคัญ

วิธีลดงบโดยไม่ลดคุณภาพมากเกินไป

ธุรกิจที่มีงบจำกัดสามารถลดขอบเขตบางส่วนแทนการลดคุณภาพทั้งหมด

เตรียมข้อมูลให้ครบ

การส่งข้อความ ราคา ภาพสินค้า และตัวอย่างพร้อม ช่วยลดเวลาค้นหาและแก้ไข

ใช้ Template

งานที่ทำต่อเนื่องสามารถสร้าง Template แล้วเปลี่ยนข้อมูลในแต่ละรอบ

ลดจำนวนแนวคิด

เลือกพัฒนาแนวทางเดียวที่ชัดเจน แทนการขอหลายแนวคิด

รวมงานเป็นแพ็กเกจ

สั่งหลายชิ้นพร้อมกัน เพื่อใช้ระบบกราฟิกและแนวทางเดียวกัน

ลดจำนวนขนาด

เลือกเฉพาะช่องทางที่ใช้งานจริงก่อน แล้วค่อยเพิ่มขนาดภายหลัง

วางแผนล่วงหน้า

หลีกเลี่ยงค่างานเร่งและลดความผิดพลาดจากข้อมูลไม่พร้อม

เมื่อไรควรจ้าง Freelancer

Freelancer อาจเหมาะกับ

  • งานจำนวนไม่มาก
  • งบประมาณจำกัด
  • ต้องการทำงานกับนักออกแบบโดยตรง
  • ขอบเขตงานชัดเจน
  • ไม่ต้องใช้ทีมหลายตำแหน่ง

ควรตรวจ Portfolio ประสบการณ์ การสื่อสาร และเงื่อนไขส่งมอบให้ชัดเจน

เมื่อไรควรจ้างบริษัทหรือเอเจนซี

บริษัทหรือเอเจนซีอาจเหมาะกับ

  • โครงการขนาดใหญ่
  • งานหลายประเภท
  • ต้องการทีมสำรอง
  • ต้องการวางกลยุทธ์แบรนด์
  • มีหลายฝ่ายร่วมตรวจงาน
  • ต้องการสัญญาและเอกสารบริษัท
  • ต้องการบริการต่อเนื่อง

ราคามักสูงกว่า Freelancer เพราะรวมค่าโครงการ ทีมงาน การบริหาร และระบบตรวจคุณภาพ


งานออกแบบกราฟิกใช้เวลากี่วัน?

ระยะเวลาทำงานเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อราคางานกราฟิกโดยตรง งานที่มีข้อมูลพร้อม ขอบเขตชัดเจน และใช้รูปแบบเดิม อาจส่งมอบได้เร็วกว่างานที่ต้องวิเคราะห์แบรนด์ คิดแนวทางใหม่ วาดภาพประกอบ หรือรอการอนุมัติจากหลายฝ่าย

ช่วงเวลาต่อไปนี้เป็นเพียงตัวอย่างสำหรับใช้วางแผน ไม่ใช่ระยะเวลาตายตัวของผู้ให้บริการทุกราย

ประเภทงานระยะเวลาตัวอย่างสิ่งที่อาจทำให้นานขึ้น
ภาพโพสต์ Social Media 1 ชิ้นประมาณ 1–3 วันทำการข้อมูลไม่ครบ ต้องหาภาพ หรือเปลี่ยนแนวทาง
ชุดภาพ Social Media 10 ชิ้นประมาณ 7–14 วันทำการต้องคิดหัวข้อ เขียนข้อความ หรือทำหลายขนาด
แบนเนอร์เว็บไซต์ประมาณ 2–5 วันทำการต้องสร้าง Key Visual หรือปรับหลายอุปกรณ์
Infographicประมาณ 5–14 วันทำการข้อมูลจำนวนมาก ต้องตรวจตัวเลขหรือวาด Illustration
โบรชัวร์หรือเมนูประมาณ 7–21 วันทำการหลายหน้า ข้อมูลเปลี่ยนบ่อย หรือต้องเตรียมไฟล์พิมพ์
ออกแบบโลโก้ประมาณ 14–30 วันทำการจำนวนแนวคิด การวิเคราะห์แบรนด์ และรอบอนุมัติ
Brand Identityประมาณ 30–90 วันมี Brand Strategy, Guideline และตัวอย่างใช้งานหลายประเภท
ออกแบบบรรจุภัณฑ์ประมาณ 14–45 วันทำการโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ ข้อมูลกฎหมาย และการทดลองพิมพ์

ระยะเวลาควรเริ่มนับเมื่อใด?

ควรตกลงให้ชัดว่าระยะเวลาทำงานเริ่มนับหลังจากเหตุการณ์ใด เช่น หลังชำระมัดจำ หลังส่ง Brief และไฟล์ครบ หรือหลังยืนยันคิวงาน ไม่ควรนับจากวันที่สอบถามราคาหากข้อมูลยังไม่พร้อม

เวลารอความคิดเห็นนับรวมในกำหนดส่งหรือไม่?

โครงการอาจล่าช้าเมื่อผู้ให้บริการต้องรอข้อมูลหรือการอนุมัติจากลูกค้า จึงควรแยกระหว่าง “วันทำงานของนักออกแบบ” กับ “ระยะเวลาโครงการทั้งหมด” พร้อมกำหนดวันที่ลูกค้าต้องส่งความคิดเห็นในแต่ละรอบ

วิธีช่วยให้งานส่งได้ตรงเวลา

  • ส่ง Brief ข้อความ ราคา และรูปภาพให้ครบก่อนเริ่มงาน
  • แต่งตั้งผู้ตัดสินใจหรือผู้รวบรวมความคิดเห็นหนึ่งคน
  • ส่งความคิดเห็นรวมเป็นรอบ ไม่ส่งแยกหลายข้อความ
  • เผื่อเวลาตรวจคำสะกด ราคา และเงื่อนไขก่อนเผยแพร่
  • แจ้งวันใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงวันที่อยากได้รับร่าง
  • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยน Brief หลังอนุมัติแนวทางแล้ว

ไฟล์งานออกแบบ AI, PSD, PDF, PNG และ JPG ต่างกันอย่างไร?

ประเภทไฟล์ที่ได้รับมีผลต่อราคาและความสามารถในการนำงานไปใช้ต่อ ลูกค้าควรระบุว่าต้องการเพียงไฟล์พร้อมเผยแพร่ หรือต้องการไฟล์ต้นฉบับที่สามารถแก้ไขได้ในอนาคต

ประเภทไฟล์เหมาะสำหรับข้อควรรู้
AIโลโก้ เวกเตอร์ งานพิมพ์ และการแก้ไขใน Adobe Illustratorเป็นไฟล์ต้นฉบับ ต้องมีโปรแกรมที่รองรับ และอาจต้องจัดการฟอนต์หรือภาพที่ลิงก์ไว้
PSDงานตัดต่อภาพ ภาพโฆษณา และไฟล์ที่ใช้ Layer ใน Adobe Photoshopขนาดไฟล์อาจใหญ่ และองค์ประกอบบางอย่างอาจใช้ทรัพยากรที่มี License
PDFส่งโรงพิมพ์ ตรวจแบบ เอกสาร และไฟล์ที่ต้องการรักษารูปแบบควรระบุว่าเป็น PDF สำหรับดูบนหน้าจอหรือ PDF Print พร้อม Bleed และโหมดสีที่เหมาะสม
PNGเว็บไซต์ Social Media และรูปที่ต้องการพื้นหลังโปร่งใสเหมาะกับโลโก้และกราฟิก แต่ไฟล์อาจใหญ่กว่า JPG
JPGภาพถ่าย ภาพโพสต์ และไฟล์ออนไลน์ทั่วไปไฟล์เล็กและใช้งานสะดวก แต่ไม่รองรับพื้นหลังโปร่งใสและเกิดการสูญเสียคุณภาพเมื่อบันทึกซ้ำ
SVGโลโก้ ไอคอน และกราฟิกเวกเตอร์บนเว็บไซต์ขยายได้โดยไม่แตก แต่ระบบเว็บไซต์ต้องรองรับและควรตรวจความปลอดภัยของไฟล์
EPSส่งต่อไฟล์เวกเตอร์และงานพิมพ์บางระบบเป็นรูปแบบที่ใช้กับงานเวกเตอร์ แต่การรองรับคุณสมบัติใหม่อาจน้อยกว่า AI

ไฟล์พร้อมใช้กับไฟล์ต้นฉบับต่างกันอย่างไร?

ไฟล์ PNG, JPG หรือ PDF มักเป็นไฟล์สำหรับนำไปเผยแพร่หรือผลิต ส่วน AI และ PSD มักเป็นไฟล์ต้นฉบับที่เก็บ Layer วัตถุ และองค์ประกอบสำหรับแก้ไขต่อ การได้รับภาพ JPG ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเปลี่ยนข้อความ สี หรือองค์ประกอบทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์

สิ่งที่ควรถามเกี่ยวกับไฟล์ก่อนจ้าง

  • ได้รับไฟล์สำหรับออนไลน์และงานพิมพ์ครบหรือไม่
  • รวมไฟล์ AI, PSD หรือไฟล์ต้นฉบับหรือไม่
  • ข้อความถูกแปลงเป็น Outline หรือยังแก้ไขได้
  • ภาพและฟอนต์จากภายนอกมีสิทธิ์ใช้งานแบบใด
  • ไฟล์งานพิมพ์มี Bleed, Crop Mark และโหมดสีถูกต้องหรือไม่
  • ผู้ให้บริการเก็บไฟล์สำรองไว้นานเท่าใด

สำหรับงานโลโก้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริการออกแบบโลโก้ ส่วนธุรกิจที่ต้องใช้ภาพโพสต์ต่อเนื่องสามารถดู บริการออกแบบ Social Media Post


ลิขสิทธิ์งานออกแบบเป็นของใคร?

การจ่ายค่าจ้างไม่ได้หมายความว่าลูกค้าจะได้รับลิขสิทธิ์และสิทธิ์ทุกประเภทโดยอัตโนมัติในทุกกรณี รายละเอียดขึ้นอยู่กับสัญญา ขอบเขตการจ้าง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงควรระบุเป็นลายลักษณ์อักษรว่าลูกค้าได้รับการโอนลิขสิทธิ์ หรือได้รับเพียงสิทธิ์ใช้งานในขอบเขตที่ตกลงกัน

หัวข้อที่ควรระบุในข้อตกลงลิขสิทธิ์

  • ลูกค้าได้รับสิทธิ์ใช้งานหรือได้รับการโอนลิขสิทธิ์
  • นำไปใช้ได้ในสื่อ ช่องทาง ประเทศ และระยะเวลาใด
  • สามารถแก้ไข ดัดแปลง หรือส่งต่อให้ผู้ผลิตรายอื่นได้หรือไม่
  • ใช้บนสินค้าที่ผลิตเพื่อจำหน่ายได้หรือไม่
  • นักออกแบบสามารถนำผลงานไปแสดงใน Portfolio ได้หรือไม่
  • ฟอนต์ ภาพ Stock และองค์ประกอบจากบุคคลที่สามอยู่ภายใต้ License ใด
  • สิทธิ์เริ่มมีผลเมื่อชำระเงินครบหรือเมื่อส่งมอบงาน

งานที่เป็นเครื่องหมายสำคัญของธุรกิจ เช่น โลโก้ Brand Identity และบรรจุภัณฑ์ ควรมีเอกสารระบุสิทธิ์ให้ชัดเจนกว่างานภาพโพสต์ทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อลูกค้าต้องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ผลิตสินค้า หรือขยายการใช้งานในอนาคต

ทรัพยากรจากภายนอกอาจไม่ได้โอนสิทธิ์ทั้งหมด

แม้ลูกค้าจะได้รับไฟล์ต้นฉบับ แต่ฟอนต์ ภาพ Stock, Mockup, Icon หรือ Plug-in บางรายการอาจเป็นทรัพย์สินของผู้ให้บริการภายนอก ลูกค้าอาจต้องซื้อ License ของตนเองก่อนนำไปแก้ไข แจกจ่าย หรือใช้งานในขอบเขตที่กว้างขึ้น

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปก่อนจ้างงาน ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี โครงการที่มีมูลค่าสูงหรือมีการโอนสิทธิ์ระหว่างหลายฝ่ายควรตรวจสัญญากับผู้เชี่ยวชาญ


ขั้นตอนจ้างออกแบบกราฟิก ตั้งแต่ขอราคาถึงส่งมอบ

  1. กำหนดโจทย์: ระบุประเภทงาน เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย ช่องทาง และวันใช้งาน
  2. ส่ง Brief และไฟล์: เตรียมโลโก้ ภาพ ข้อความ ราคา และตัวอย่างที่ชอบ
  3. รับใบเสนอราคา: ตรวจขอบเขต จำนวนชิ้น รอบแก้ ระยะเวลา ไฟล์ และสิทธิ์ใช้งาน
  4. ยืนยันและชำระมัดจำ: จองคิวงานตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ
  5. รับแนวทางหรือร่างแรก: ตรวจว่าทิศทางตรงกับ Brief ก่อนแก้รายละเอียดเล็กน้อย
  6. รวบรวมความคิดเห็น: รวมความเห็นจากทุกฝ่ายและส่งเป็นรอบเดียว
  7. ตรวจร่างสุดท้าย: ตรวจคำสะกด ราคา เบอร์โทร วันเวลา และข้อกำหนดการผลิต
  8. ชำระยอดคงเหลือและรับไฟล์: ตรวจว่าได้รับไฟล์ครบตามใบเสนอราคา
  9. เก็บไฟล์และเอกสาร: สำรองไฟล์ต้นฉบับ ใบอนุญาต และข้อตกลงสิทธิ์ไว้ในระบบของธุรกิจ

ส่วนการประเมินผู้ให้บริการควรอ่านแยกในบทความ วิธีเลือกบริษัทรับออกแบบกราฟิก เพราะเป็นคำค้นที่เน้นการเปรียบเทียบผู้ให้บริการ ไม่ใช่การคำนวณราคาโดยตรง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยก่อนจ้างออกแบบกราฟิก

เลือกจากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว

ราคาต่ำอาจเหมาะกับงานบางประเภท แต่ควรตรวจขอบเขตและคุณภาพก่อนตัดสินใจ

ไม่ระบุขนาดงาน

การขอภาพหนึ่งชิ้นโดยไม่แจ้งช่องทาง อาจต้องเสียค่าแก้หรือปรับขนาดภายหลัง

ไม่มีข้อความที่ยืนยันแล้ว

หากเปลี่ยนข้อความและราคาหลายครั้ง งานจะใช้เวลานานและอาจมีค่าแก้ไขเพิ่ม

ไม่ถามเรื่องไฟล์ต้นฉบับ

เมื่อจบงานจึงพบว่าได้รับเพียง JPG และไม่สามารถแก้ไขต่อได้

ไม่ตกลงจำนวนรอบแก้

ทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจคำว่า “แก้จนพอใจ” แตกต่างกัน

เปลี่ยน Brief ระหว่างทำงาน

การเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย สไตล์ หรือเป้าหมายหลังเริ่มออกแบบ อาจเท่ากับเริ่มงานใหม่บางส่วน

ไม่ตรวจข้อมูลก่อนเผยแพร่

ราคา เบอร์โทร วันเวลา และเงื่อนไขโปรโมชั่นควรได้รับการตรวจจากลูกค้าก่อนใช้งาน

คำถามที่พบบ่อย

งานกราฟิกหนึ่งภาพราคาเท่าไร

ไม่มีราคาตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับประเภทงาน ความซับซ้อน จำนวนขนาด ข้อมูลที่ลูกค้าเตรียม และสิ่งที่ต้องส่งมอบ งานภาพทั่วไปอาจเริ่มตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันต่อชิ้น ส่วนงานวางระบบหรือโครงการใหญ่มีราคาสูงกว่านั้น

ทำไมภาพขนาดเท่ากันจึงราคาต่างกัน

ขนาดไฟล์ไม่ได้สะท้อนปริมาณงานทั้งหมด ภาพหนึ่งอาจเป็นเพียงการจัดวางข้อมูล แต่อีกภาพอาจต้องคิดแนวทาง วาด Illustration ตัดต่อภาพ และเตรียมหลายเวอร์ชัน

ราคางานกราฟิกรวมค่าพิมพ์หรือไม่

โดยทั่วไปค่าออกแบบและค่าผลิตเป็นคนละส่วน เว้นแต่ใบเสนอราคาจะระบุว่ารวมค่าพิมพ์และจัดส่งแล้ว

การแก้ข้อความเล็กน้อยนับเป็นหนึ่งรอบหรือไม่

ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของผู้ให้บริการ ควรกำหนดวิธีนับรอบและรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมดก่อนส่งแก้

ไฟล์ต้นฉบับควรรวมอยู่ในราคาหรือไม่

ไม่มีข้อกำหนดเดียว บางแพ็กเกจรวมไฟล์ต้นฉบับ บางแพ็กเกจคิดเพิ่ม ควรถามก่อนเริ่มงาน

ต้องจ่ายมัดจำหรือไม่

ผู้ให้บริการจำนวนมากเรียกเก็บมัดจำก่อนเริ่มงาน แล้วชำระส่วนที่เหลือเมื่ออนุมัติหรือก่อนส่งไฟล์สมบูรณ์ เงื่อนไขขึ้นอยู่กับแต่ละราย

สามารถขอให้ทำตัวอย่างฟรีก่อนได้หรือไม่

ผู้ให้บริการอาจไม่สามารถทำตัวอย่างเต็มรูปแบบฟรี เพราะการพัฒนาแนวคิดถือเป็นส่วนหนึ่งของงาน สามารถตรวจ Portfolio หรือจ้างทำงานทดลองขนาดเล็กแทนได้

ราคางานกราฟิกรายเดือนคุ้มกว่ารายชิ้นหรือไม่

เหมาะกับธุรกิจที่มีงานสม่ำเสมอและสามารถวางแผนล่วงหน้า หากงานมีน้อยหรือไม่แน่นอน การจ้างรายชิ้นอาจเหมาะกว่า

ใครควรตรวจงานก่อนเผยแพร่

ลูกค้าควรตรวจข้อมูลธุรกิจ ราคา วันเวลา เบอร์โทร เงื่อนไข และคำสะกดก่อนอนุมัติขั้นสุดท้าย ส่วนนักออกแบบควรตรวจด้านการจัดวางและความพร้อมของไฟล์

สรุปราคางานกราฟิกคิดอย่างไร

ราคางานกราฟิกไม่ได้พิจารณาจากขนาดภาพหรือเวลาที่เห็นนักออกแบบทำงานเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการวิเคราะห์โจทย์ การคิดแนวทาง การจัดลำดับข้อมูล การเตรียมไฟล์ การแก้ไข และสิทธิ์การใช้งาน

ก่อนตกลงจ้าง ควรตรวจให้ชัดเจนว่า

  • ขอบเขตงานมีอะไรบ้าง
  • ได้รับกี่ชิ้นและกี่ขนาด
  • มีแนวคิดให้เลือกกี่แบบ
  • แก้ไขได้กี่ครั้ง
  • ใช้เวลาทำงานกี่วัน
  • ได้รับไฟล์ประเภทใด
  • รวมไฟล์ต้นฉบับหรือไม่
  • สิทธิ์การใช้งานครอบคลุมอะไร
  • มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกรณีใด
  • ราคาเสนอรวมภาษีและค่าผลิตหรือยัง

การเปรียบเทียบราคาที่เหมาะสมจึงควรเปรียบเทียบจากขอบเขตและสิ่งที่ได้รับ ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเลขสุดท้าย

หากเตรียม Brief ได้ชัดเจน ผู้ให้บริการจะสามารถประเมินราคาได้แม่นยำ ลดจำนวนการแก้ไข และส่งมอบงานที่ตรงกับเป้าหมายของธุรกิจได้มากขึ้น


ต้องการประเมินราคางานกราฟิก?

Moon Knight Creator ให้บริการออกแบบกราฟิกสำหรับ Social Media, แบนเนอร์ เว็บไซต์ โลโก้ และสื่อทางการตลาด โดยประเมินราคาจากขอบเขตงานจริง จำนวนชิ้น ขนาด ระยะเวลา และไฟล์ที่ต้องการส่งมอบ สามารถรวบรวม Brief ตาม Checklist ในบทความ แล้วส่งรายละเอียดผ่านหน้า ติดต่อเรา เพื่อขอประเมินราคาเบื้องต้น

ติดต่อเรา

หมวดหมู่

ป้ายกำกับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

3-55.jpg
เปรียบเทียบ WordPress และ Shopify สำหรับ SME ไทย
การมีเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ในวันนี้ไม่ได้เป็นแค่ “ตัวเลือก” แต่เป็น “เครื่อง...
blue-scooter-on-pink-background-3-d-illustration-TM63HSJb.jpg
ราคาทำเว็บไซต์คิดอย่างไร? คู่มือสำหรับเจ้าของธุรกิ...
เมื่อเจ้าของธุรกิจเริ่มมองหาการสร้างเว็บไซต์ หนึ่งในคำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือ &#...
Moon Knight Creator
เว็บไซต์ไม่ปลอดภัยแก้อย่างไร? สาเหตุและวิธีแก้ Not...
เมื่อเปิดเว็บไซต์แล้วพบข้อความว่า “ไม่ปลอดภัย”, “Not Secure” หรือ “การเชื่อมต่อข...
Moon Knight Creator
เว็บไซต์ช้าเกิดจากอะไร? 12 สาเหตุและวิธีแก้เว็บ Wo...
เว็บไซต์โหลดช้าเป็นปัญหาที่ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นหน้า...
Moon Knight Creator
วิธีเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ ต้องดูอะไรบ้างก่อนตัด...
เว็บไซต์เป็นหนึ่งในทรัพย์สินสำคัญของธุรกิจ เพราะใช้แนะนำบริษัท สร้างความน่าเชื่อ...
Moon Knight Creator
ทำเว็บไซต์ใช้เวลากี่วัน? ระยะเวลาตามประเภทเว็บไซต์...
การทำเว็บไซต์ใช้เวลานานแค่ไหน เป็นหนึ่งในคำถามที่เจ้าของธุรกิจมักถามก่อนตัดสินใจ...
Moon Knight Creator
รับทำเว็บไซต์ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง? Checklist ก...
การจ้างทำเว็บไซต์ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกสีหรือเลือกรูปแบบหน้าเว็บเพียงอย่างเดี...
20-16.jpg
จ้างทำ SEO กับทำเองต่างกันอย่างไร? แบบไหนเหมาะกับธ...
เมื่อเจ้าของธุรกิจเริ่มสนใจทำ SEO คำถามสำคัญที่มักเกิดขึ้นคือ ควรเรียนรู้และทำ S...