Domain Authority และ Domain Rating คืออะไร ต่างกันอย่างไร และเพิ่มได้อย่างไร

/
/
Domain Authority และ Domain Rating คืออะไร ต่างกันอย่างไร และเพิ่มได้อย่างไร
3-55.jpg

Domain Authority และ Domain Rating เป็นคะแนนที่ผู้ทำ SEO มักใช้ประเมินความแข็งแรงของเว็บไซต์ โดยเฉพาะเมื่อต้องวิเคราะห์ Backlink ตรวจสอบคู่แข่ง หรือคัดเลือกเว็บไซต์สำหรับประชาสัมพันธ์เนื้อหา

แม้คะแนนทั้งสองจะใช้ช่วงตัวเลข 0–100 และเกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของโดเมนเหมือนกัน แต่ Domain Authority หรือ DA และ Domain Rating หรือ DR เป็นเมตริกจากคนละบริษัท ใช้ฐานข้อมูลและวิธีคำนวณต่างกัน จึงไม่ควรนำตัวเลขมาเปรียบเทียบกันโดยตรง

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ DA และ DR ไม่ใช่คะแนนที่ Google ประกาศว่าใช้จัดอันดับเว็บไซต์โดยตรง แต่เป็นเครื่องมือจากผู้ให้บริการ SEO ภายนอก ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์มองเห็นภาพรวมของ Backlink และเปรียบเทียบเว็บไซต์ในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ง่ายขึ้น

หัวข้อ

Domain Authority คืออะไร?

Domain Authority หรือ DA คือคะแนนที่พัฒนาโดย Moz เพื่อคาดการณ์ความสามารถของโดเมนในการแข่งขันบนหน้าผลการค้นหา โดยแสดงคะแนนในช่วง 1–100

เว็บไซต์ที่มีคะแนนสูงมักเป็นเว็บไซต์ที่มีประวัติยาวนาน มีเว็บไซต์อื่นเชื่อมโยงเข้ามาจำนวนมาก และได้รับลิงก์จากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม คะแนนสูงไม่ได้หมายความว่าทุกหน้าของเว็บไซต์จะติดอันดับสูง และคะแนนต่ำก็ไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์ไม่มีคุณภาพ

DA เหมาะสำหรับใช้เปรียบเทียบเว็บไซต์ที่อยู่ในตลาดเดียวกันมากกว่าการนำไปตัดสินว่าเว็บไซต์ใด “ดี” หรือ “ไม่ดี” จากตัวเลขเพียงค่าเดียว

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์บริษัทรับทำเว็บไซต์แห่งหนึ่งมี DA 20 ส่วนคู่แข่งส่วนใหญ่มี DA อยู่ระหว่าง 15–25 คะแนนดังกล่าวอาจถือว่าอยู่ในระดับแข่งขันได้ แม้ว่าจะดูไม่สูงเมื่อเทียบกับเว็บไซต์ข่าวหรือแพลตฟอร์มขนาดใหญ่

Domain Rating คืออะไร?

Domain Rating หรือ DR คือคะแนนที่พัฒนาโดย Ahrefs เพื่อแสดงความแข็งแรงของโปรไฟล์ Backlink ของเว็บไซต์เมื่อเทียบกับเว็บไซต์อื่นในฐานข้อมูลของ Ahrefs โดยใช้ช่วงคะแนน 0–100

Ahrefs พิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโดเมนที่เชื่อมโยงเข้ามา เช่น ความแข็งแรงของเว็บไซต์ต้นทาง และจำนวนเว็บไซต์อื่นที่โดเมนต้นทางเชื่อมออกไป คะแนน DR เป็นค่าที่สัมพันธ์กับเว็บไซต์อื่นในฐานข้อมูล ไม่ใช่ค่าคงที่แบบสัมบูรณ์

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ A ได้รับ Backlink จากเว็บไซต์คุณภาพแห่งหนึ่งที่เชื่อมออกไปยังเว็บไซต์เพียงไม่กี่โดเมน ลิงก์ดังกล่าวอาจส่งผลต่อ DR มากกว่าลิงก์จากเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่มีลิงก์ออกไปยังเว็บไซต์จำนวนมหาศาล

อย่างไรก็ตาม DR เน้นประเมินความแข็งแรงของ Backlink ระดับโดเมน ไม่ได้ประเมินคุณภาพของเนื้อหา ประสบการณ์ผู้ใช้งาน หรือความเกี่ยวข้องของหน้าเว็บทั้งหมด

Domain Authority และ Domain Rating ต่างกันอย่างไร?

แม้ DA และ DR จะมีลักษณะคล้ายกัน แต่มีความแตกต่างที่ควรเข้าใจดังนี้

ประเด็นDomain Authority: DADomain Rating: DR
ผู้พัฒนาMozAhrefs
ช่วงคะแนน1–1000–100
จุดประสงค์หลักประเมินความสามารถในการแข่งขันของโดเมนประเมินความแข็งแรงของโปรไฟล์ Backlink
ข้อมูลที่ใช้ฐานข้อมูลและโมเดลของ Mozฐานข้อมูล Backlink ของ Ahrefs
เหมาะสำหรับเปรียบเทียบเว็บไซต์ในตลาดเดียวกันวิเคราะห์โดเมนที่เชื่อมโยงและความแข็งแรงของ Backlink
เป็นคะแนนของ Google หรือไม่ไม่ใช่ไม่ใช่
คะแนนเปรียบเทียบกันตรง ๆ ได้หรือไม่ไม่ควรไม่ควร

เว็บไซต์หนึ่งอาจมี DA 25 แต่มี DR 40 หรืออาจมี DA สูงกว่า DR เพราะแต่ละเครื่องมือค้นพบลิงก์ไม่เท่ากัน อัปเดตข้อมูลต่างเวลา และใช้สูตรคำนวณคนละแบบ

ดังนั้นไม่ควรถามว่า “DA หรือ DR ตัวไหนแม่นกว่า” โดยไม่ระบุวัตถุประสงค์ หากต้องการดูภาพรวมการแข่งขัน สามารถใช้ DA ประกอบได้ แต่หากต้องการวิเคราะห์โครงสร้าง Referring Domain และ Backlink อย่างละเอียด DR และข้อมูลใน Ahrefs อาจตอบโจทย์มากกว่า

DA และ DR เป็นปัจจัยจัดอันดับของ Google หรือไม่?

DA และ DR ไม่ใช่เมตริกที่ Google เป็นผู้สร้าง และไม่ควรถูกเรียกว่าเป็นคะแนนอันดับของ Google

Google ใช้ระบบอัตโนมัติที่พิจารณาปัจจัยและสัญญาณหลายประเภท เพื่อค้นหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน ระบบจัดอันดับไม่ได้อาศัยคะแนนจาก Moz หรือ Ahrefs โดยตรง

อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ DA และ DR มักมีความสัมพันธ์กับอันดับ คือเว็บไซต์ที่ได้รับลิงก์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือมักมีทั้งชื่อเสียง เนื้อหาที่ถูกอ้างอิง และโอกาสได้รับ Traffic มากกว่า แต่ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้หมายความว่าการเพิ่มคะแนนจะทำให้อันดับเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ

เว็บไซต์ที่มี DR สูงอาจไม่ติดอันดับในคำค้นหาหนึ่ง หากเนื้อหาไม่ตรงกับ Search Intent ขณะที่เว็บไซต์ DR ต่ำกว่าอาจติดอันดับได้ หากมีเนื้อหาที่ตอบคำถามผู้ใช้ได้ตรงกว่าและมีโครงสร้างหน้าที่เหมาะสม

คะแนน DA หรือ DR เท่าไรจึงถือว่าดี?

ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ตัดสินได้กับทุกเว็บไซต์ เพราะระดับคะแนนขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรม อายุเว็บไซต์ ขนาดธุรกิจ และคู่แข่ง

แนวทางที่เหมาะสมคือเปรียบเทียบกับเว็บไซต์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น

  • เว็บไซต์คลินิกควรเปรียบเทียบกับคลินิกในพื้นที่เดียวกัน
  • เว็บไซต์เอเจนซีควรเปรียบเทียบกับบริษัทให้บริการประเภทเดียวกัน
  • ร้านค้าออนไลน์เฉพาะกลุ่มควรเปรียบเทียบกับร้านที่ขายสินค้าประเภทใกล้กัน
  • เว็บไซต์ท้องถิ่นไม่ควรนำคะแนนไปเทียบกับเว็บไซต์ข่าวระดับประเทศ

ตัวเลขต่อไปนี้ใช้เพื่อมองภาพอย่างคร่าว ๆ เท่านั้น ไม่ใช่มาตรฐานตายตัว

ระดับคะแนนการตีความเบื้องต้น
0–10เว็บไซต์ใหม่หรือมี Referring Domain ค่อนข้างน้อย
11–30เว็บไซต์ขนาดเล็กที่เริ่มมี Backlink และเนื้อหาสะสม
31–50เว็บไซต์ที่มีความแข็งแรงในระดับอุตสาหกรรมหรือเฉพาะกลุ่ม
51–70เว็บไซต์ขนาดใหญ่หรือมีชื่อเสียงในวงกว้าง
71–100เว็บไซต์ระดับแพลตฟอร์ม สื่อ หรือองค์กรขนาดใหญ่มาก

การเพิ่มคะแนนจาก 10 เป็น 20 มักทำได้ง่ายกว่าการเพิ่มจาก 70 เป็น 80 เพราะทั้ง DA และ DR ใช้มาตรวัดที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบเส้นตรง

ทำไมคะแนน DA และ DR จึงไม่เท่ากัน?

คะแนนที่ไม่เท่ากันถือเป็นเรื่องปกติ โดยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ

Moz และ Ahrefs มีระบบเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของตนเอง เครื่องมือหนึ่งอาจค้นพบ Backlink ที่อีกเครื่องมือยังไม่พบ หรืออาจประเมินสถานะของลิงก์แตกต่างกัน

รอบการอัปเดตข้อมูลไม่พร้อมกัน

Backlink ที่เพิ่งสร้างอาจปรากฏใน Ahrefs ก่อน Moz หรือกลับกัน คะแนนจึงอาจเปลี่ยนคนละช่วงเวลา

สูตรคำนวณต่างกัน

แต่ละเครื่องมือให้ความสำคัญกับปัจจัยไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรคาดหวังให้ DA และ DR เป็นตัวเลขเดียวกัน

คะแนนเป็นค่าเปรียบเทียบ

เมื่อเว็บไซต์อื่นในฐานข้อมูลเติบโตเร็วกว่า คะแนนของเว็บไซต์เราอาจลดลงได้ แม้จำนวน Backlink จะไม่ได้ลดลงอย่างชัดเจน

ทำไม DA หรือ DR จึงลดลง?

คะแนนที่ลดลงไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์ถูก Google ลงโทษเสมอไป สาเหตุที่พบได้ ได้แก่

  • Backlink บางรายการถูกลบหรือหน้าเว็บต้นทางหายไป
  • เว็บไซต์ต้นทางเปลี่ยนลิงก์เป็น Nofollow
  • เครื่องมือปรับปรุงฐานข้อมูลหรือวิธีประเมิน
  • เว็บไซต์คู่แข่งได้รับลิงก์เพิ่มขึ้น
  • โดเมนที่เคยเชื่อมเข้ามามีความแข็งแรงลดลง
  • เว็บไซต์ต้นทางเพิ่มลิงก์ออกไปยังโดเมนจำนวนมาก
  • เครื่องมือค้นพบลิงก์คุณภาพต่ำหรือรายการซ้ำและปรับข้อมูลใหม่

Ahrefs อธิบายว่า DR เป็นคะแนนสัมพัทธ์ จึงสามารถเปลี่ยนแปลงตามความแข็งแรงของเว็บไซต์อื่นในฐานข้อมูลได้ด้วย

แทนที่จะกังวลกับคะแนนที่ลดลงเพียง 1–2 จุด ควรตรวจสอบร่วมกับจำนวน Organic Traffic อันดับ Keyword จำนวน Referring Domain คุณภาพของลิงก์ และ Conversion ที่เกิดขึ้นจริง

วิธีเพิ่ม Domain Authority และ Domain Rating

การเพิ่ม DA และ DR ที่ปลอดภัยไม่ใช่การซื้อ Backlink จำนวนมากในเวลาอันสั้น แต่เป็นการสร้างเว็บไซต์ที่มีคุณค่าและได้รับการอ้างอิงจากแหล่งที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

1. สร้างเนื้อหาที่มีเหตุผลให้เว็บไซต์อื่นอ้างอิง

เนื้อหาที่มีโอกาสได้รับ Backlink มักมีคุณค่ามากกว่าบทความทั่วไป เช่น

  • งานวิจัยหรือข้อมูลจากธุรกิจจริง
  • สถิติในอุตสาหกรรม
  • คู่มือเชิงลึก
  • Checklist ที่นำไปใช้งานได้
  • Template และเครื่องมือฟรี
  • กรณีศึกษา
  • Infographic
  • บทความเปรียบเทียบที่มีข้อมูลครบ
  • คำอธิบายศัพท์เฉพาะที่เข้าใจง่าย

Google แนะนำว่าการสร้างเนื้อหาที่มีเอกลักษณ์และมีคุณค่า เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เว็บไซต์อื่นต้องการเชื่อมโยงมายังเว็บไซต์โดยธรรมชาติ

Backlink ที่ดีไม่ควรพิจารณาจาก DA หรือ DR เพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบว่าเว็บไซต์ต้นทางมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือไม่

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์บริษัทรับสร้างบ้านควรให้ความสำคัญกับลิงก์จากเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง สถาปัตยกรรม หรือสื่อเกี่ยวกับบ้าน มากกว่าลิงก์จากเว็บไซต์ที่มีคะแนนสูงแต่เนื้อหาไม่เกี่ยวข้อง

สามารถศึกษาแนวทางเพิ่มเติมได้จากบทความ เทคนิคสร้าง Backlink คุณภาพสูง

3. เพิ่มจำนวน Referring Domain ที่มีคุณภาพ

การได้รับ Backlink 20 ลิงก์จากเว็บไซต์เดียว ไม่ได้มีความหมายเท่ากับการได้รับลิงก์จากเว็บไซต์คุณภาพ 20 แห่งเสมอไป

ควรวางแผนเพิ่มจำนวนโดเมนที่เชื่อมโยงเข้ามาอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น

  • เขียนบทความ Guest Post
  • ให้ข้อมูลหรือความคิดเห็นแก่สื่อ
  • ร่วมกิจกรรมกับองค์กรในอุตสาหกรรม
  • ลงรายชื่อในสมาคมหรือไดเรกทอรีที่น่าเชื่อถือ
  • เผยแพร่กรณีศึกษาร่วมกับคู่ค้า
  • สร้างเครื่องมือหรือ Resource ที่เว็บไซต์อื่นใช้อ้างอิงได้

การตรวจสอบคู่แข่งช่วยให้เห็นว่าเว็บไซต์ในอุตสาหกรรมได้รับลิงก์จากแหล่งใด เนื้อหาประเภทใดได้รับการอ้างอิง และมีโอกาสใดที่เว็บไซต์ของเรายังไม่ได้ใช้

ไม่ควรคัดลอก Backlink ของคู่แข่งทั้งหมด เพราะบางลิงก์อาจเกิดจากความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ข่าวเก่า หรือแหล่งคุณภาพต่ำ ควรประเมินความเกี่ยวข้องและความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง

อ่านแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ วิธีตรวจสอบ Backlink คู่แข่ง

Internal Link ช่วยให้ผู้ใช้งานค้นพบเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง และช่วยส่งต่อความสำคัญระหว่างหน้าภายในเว็บไซต์

แนวทางที่ควรทำ ได้แก่

  • เชื่อมจากบทความที่มี Traffic ไปยังหน้าบริการที่เกี่ยวข้อง
  • เชื่อมจากบทความภาพรวมไปยังบทความเชิงลึก
  • ใช้ Anchor Text ที่อธิบายหน้าปลายทาง
  • แก้ไขลิงก์เสีย
  • หลีกเลี่ยงหน้าที่ไม่มีลิงก์ภายในชี้เข้า
  • ไม่ใส่ลิงก์จำนวนมากโดยไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

Google แนะนำให้เว็บไซต์มีโครงสร้างที่เข้าใจง่าย และใช้ข้อความลิงก์ภายในที่กระชับและเกี่ยวข้องกับหน้าปลายทาง

Backlink อาจหายไปเพราะเว็บไซต์ต้นทางลบหน้า เปลี่ยน URL หรือเชื่อมไปยังหน้าที่ไม่มีอยู่แล้ว

ควรตรวจสอบ Lost Backlinks และดำเนินการตามความเหมาะสม เช่น

  • ติดต่อเจ้าของเว็บไซต์ให้แก้ URL
  • ทำ 301 Redirect จากหน้าเก่าไปหน้าที่เกี่ยวข้อง
  • กู้คืนเนื้อหาที่ถูกลบโดยไม่ตั้งใจ
  • แก้ไขหน้า 404 ที่เคยมี Backlink
  • อัปเดตบทความให้มีคุณค่าและเป็นปัจจุบัน

7. ทำ Digital PR

Digital PR ช่วยสร้างทั้งการกล่าวถึงแบรนด์ Backlink และการรับรู้จากกลุ่มเป้าหมาย โดยอาจทำผ่านข่าวธุรกิจ ข้อมูลสำรวจ ความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ หรือกิจกรรมที่มีคุณค่าต่อสาธารณะ

แคมเปญ Digital PR ที่ดีควรเริ่มจากเรื่องที่มีประโยชน์จริง ไม่ใช่ส่งข่าวประชาสัมพันธ์ซ้ำ ๆ เพียงเพื่อให้ได้ลิงก์

เว็บไซต์ที่มี DR หรือ DA สูงอาจยังมีลิงก์คุณภาพต่ำได้ จึงควรตรวจสอบแหล่งที่มาเป็นรายเว็บไซต์ โดยพิจารณาเนื้อหา Traffic ความเกี่ยวข้อง รูปแบบลิงก์ และพฤติกรรมการเชื่อมออก

ควรระวังลิงก์จากเว็บไซต์ที่มีลักษณะ เช่น

  • มีบทความหลายหมวดที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  • สร้างขึ้นเพื่อขายลิงก์เป็นหลัก
  • มีเนื้อหาคุณภาพต่ำหรือสร้างอัตโนมัติจำนวนมาก
  • ใช้ Anchor Text เชิงพาณิชย์ซ้ำผิดธรรมชาติ
  • เชื่อมออกไปยังเว็บไซต์จำนวนมาก
  • ไม่มีผู้เข้าชมจริง
  • มีเนื้อหาหลอกลวงหรือผิดกฎหมาย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ลิงก์เสี่ยงและ Link Spam คืออะไร

9. ปรับ Technical SEO และคุณภาพเว็บไซต์

DA และ DR เน้น Backlink แต่เว็บไซต์ยังต้องมีพื้นฐานที่ดีเพื่อเปลี่ยน Authority ให้เป็นผลลัพธ์ทาง SEO เช่น

  • หน้าเว็บต้องเข้าถึงและจัดทำดัชนีได้
  • เว็บไซต์โหลดเร็ว
  • รองรับมือถือ
  • ไม่มี Broken Link จำนวนมาก
  • มี HTTPS
  • โครงสร้าง URL เข้าใจง่าย
  • เนื้อหาไม่ซ้ำกัน
  • ใช้ Canonical อย่างเหมาะสม
  • มี Sitemap
  • มีโครงสร้าง Navigation ที่ชัดเจน

เว็บไซต์ที่มี Backlink ดีแต่หน้าเว็บมีปัญหาด้านเทคนิค อาจไม่สามารถสร้าง Organic Traffic ได้เต็มประสิทธิภาพ

สิ่งที่ไม่ควรทำเพื่อเพิ่ม DA หรือ DR

การเพิ่มลิงก์โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ ความเกี่ยวข้อง และรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ อาจทำให้ตัวเลขบางเครื่องมือสูงขึ้นชั่วคราว แต่ไม่ได้หมายความว่าอันดับหรือยอดขายจะดีขึ้น

เลือกเว็บไซต์จากคะแนนเพียงอย่างเดียว

เว็บไซต์ DR 70 ที่ไม่มี Traffic และมีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้อง อาจมีคุณค่าน้อยกว่าเว็บไซต์ DR 25 ที่มีผู้อ่านจริงและเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรง

สร้างลิงก์ด้วย Anchor Text เดิมซ้ำ ๆ

การใช้คำเชิงพาณิชย์แบบตรงตัวในทุกลิงก์อาจดูผิดธรรมชาติ ควรมีความหลากหลาย เช่น ชื่อแบรนด์ URL ชื่อบทความ และข้อความที่สอดคล้องกับบริบท

สร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อเชื่อมลิงก์เท่านั้น

เว็บไซต์ที่ไม่มีผู้ใช้งานจริง ไม่มีเนื้อหาที่มีคุณค่า และสร้างขึ้นเพื่อส่งลิงก์ อาจไม่ให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

สนใจคะแนนมากกว่า Traffic และ Conversion

เป้าหมายของธุรกิจไม่ควรเป็นเพียง “เพิ่ม DR ให้ถึง 50” แต่ควรเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ เช่น

  • Organic Traffic เพิ่มขึ้น
  • Keyword ที่เกี่ยวข้องติดอันดับ
  • จำนวน Lead เพิ่มขึ้น
  • ยอดขายเพิ่มขึ้น
  • ต้นทุนหาลูกค้าลดลง
  • แบรนด์ได้รับการกล่าวถึงมากขึ้น

ใช้ DA และ DR วิเคราะห์เว็บไซต์อย่างไรให้เหมาะสม?

ควรใช้คะแนนร่วมกับข้อมูลอื่น ไม่ควรตัดสินเว็บไซต์จากตัวเลขเดียว

Checklist ที่ควรตรวจประกอบด้วย

ข้อมูลสิ่งที่ควรพิจารณา
DA หรือ DRเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน
Referring Domainจำนวนและคุณภาพของโดเมนที่เชื่อมมา
Organic Trafficมีผู้เข้าชมจาก Search จริงหรือไม่
Traffic TrendTraffic เติบโตหรือลดลงต่อเนื่อง
Topical Relevanceเนื้อหาเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือไม่
Backlink ใหม่และหายโปรไฟล์ลิงก์เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติหรือไม่
Anchor Textมีความหลากหลายและเหมาะสมหรือไม่
จำนวนลิงก์ออกเว็บไซต์เชื่อมออกผิดธรรมชาติหรือไม่
คุณภาพเนื้อหามีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และอัปเดตหรือไม่
Index Statusหน้าเว็บไซต์ถูกจัดทำดัชนีหรือไม่

ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเพิ่ม DA และ DR?

ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับคะแนนเริ่มต้น ความสามารถในการสร้างเนื้อหา จำนวน Referring Domain คุณภาพของ Backlink และการแข่งขันในตลาด

เว็บไซต์ใหม่อาจเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในไม่กี่เดือนเมื่อได้รับ Backlink ที่เครื่องมือค้นพบ แต่การสร้างความแข็งแรงอย่างยั่งยืนมักต้องใช้เวลาต่อเนื่อง

ไม่ควรกำหนดเป้าหมายเพียงว่า “เพิ่ม DR ภายใน 30 วัน” เพราะอาจทำให้ทีมเลือกวิธีที่เน้นจำนวนและความเร็วมากกว่าคุณภาพ

คำถามที่พบบ่อย

Domain Authority กับ Domain Rating อันไหนสำคัญกว่า?

ไม่มีคะแนนใดสำคัญกว่าในทุกกรณี เพราะเป็นเมตริกจากคนละเครื่องมือ ควรเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์และดูข้อมูล Backlink, Traffic, Keyword และคุณภาพเว็บไซต์ร่วมด้วย

DA และ DR มีผลต่ออันดับ Google โดยตรงหรือไม่?

ไม่ใช่คะแนนที่ Google ใช้โดยตรง แต่เว็บไซต์ที่มี Backlink คุณภาพและได้รับการอ้างอิงจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ อาจมีโอกาสแข่งขันด้าน SEO ได้ดีขึ้นเมื่อองค์ประกอบอื่นมีคุณภาพด้วย

เว็บไซต์ DA ต่ำสามารถติดหน้าแรกได้หรือไม่?

ได้ โดยเฉพาะคำค้นหาเฉพาะกลุ่ม คำค้นหาท้องถิ่น หรือหัวข้อที่การแข่งขันไม่สูง หากหน้าเว็บตอบ Search Intent ได้ดีและมีโครงสร้างเหมาะสม

ไม่เสมอไป ต้องตรวจความเกี่ยวข้อง Traffic จริง คุณภาพเนื้อหา ตำแหน่งลิงก์ และรูปแบบเว็บไซต์ร่วมด้วย

คะแนนทั้งสองเกี่ยวข้องกับข้อมูลลิงก์เป็นหลัก การปรับเนื้อหาและ Technical SEO อาจช่วยให้เว็บไซต์มีโอกาสได้รับลิงก์และสร้างอันดับ แต่การเพิ่มคะแนนอย่างชัดเจนมักต้องอาศัย Referring Domain ที่เครื่องมือค้นพบ

คะแนนลดลงหมายความว่าอันดับจะลดตามหรือไม่?

ไม่จำเป็น คะแนนอาจลดเพราะฐานข้อมูลหรือเว็บไซต์อื่นเปลี่ยนแปลง ควรตรวจ Organic Traffic อันดับ Keyword และ Conversion ก่อนสรุปผล

สรุป

Domain Authority และ Domain Rating เป็นเมตริกที่ช่วยประเมินความแข็งแรงของเว็บไซต์และโปรไฟล์ Backlink โดย DA พัฒนาโดย Moz ส่วน DR พัฒนาโดย Ahrefs คะแนนทั้งสองไม่ใช่คะแนนที่ Google ใช้จัดอันดับโดยตรง และไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกันแบบตัวต่อตัว

วิธีเพิ่มคะแนนอย่างยั่งยืนคือการสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่า เพิ่ม Referring Domain จากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์คู่แข่ง ดูแล Internal Link เรียกคืนลิงก์ที่หาย ทำ Digital PR และหลีกเลี่ยงการสร้าง Backlink คุณภาพต่ำ

เป้าหมายสุดท้ายไม่ควรเป็นเพียงการเพิ่มตัวเลข DA หรือ DR แต่ควรทำให้เว็บไซต์มี Traffic ที่เกี่ยวข้อง มีอันดับในคำค้นหาที่สร้างโอกาสทางธุรกิจ และเปลี่ยนผู้เข้าชมให้เป็นลูกค้าได้จริง

สำหรับธุรกิจที่ต้องการวางแผนสร้าง Backlink อย่างเป็นระบบ สามารถดูรายละเอียดจาก บริการรับสร้าง Backlink หรือติดต่อ Moon Knight Creator เพื่อประเมินเว็บไซต์และวางแนวทางที่เหมาะกับการแข่งขันของธุรกิจ

ติดต่อเรา

หมวดหมู่

ป้ายกำกับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

3-55.jpg
เปรียบเทียบ WordPress และ Shopify สำหรับ SME ไทย
การมีเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ในวันนี้ไม่ได้เป็นแค่ “ตัวเลือก” แต่เป็น “เครื่อง...
blue-scooter-on-pink-background-3-d-illustration-TM63HSJb.jpg
ราคาทำเว็บไซต์คิดอย่างไร? คู่มือสำหรับเจ้าของธุรกิ...
เมื่อเจ้าของธุรกิจเริ่มมองหาการสร้างเว็บไซต์ หนึ่งในคำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือ &#...
Moon Knight Creator
เว็บไซต์ไม่ปลอดภัยแก้อย่างไร? สาเหตุและวิธีแก้ Not...
เมื่อเปิดเว็บไซต์แล้วพบข้อความว่า “ไม่ปลอดภัย”, “Not Secure” หรือ “การเชื่อมต่อข...
Moon Knight Creator
เว็บไซต์ช้าเกิดจากอะไร? 12 สาเหตุและวิธีแก้เว็บ Wo...
เว็บไซต์โหลดช้าเป็นปัญหาที่ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นหน้า...
Moon Knight Creator
วิธีเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ ต้องดูอะไรบ้างก่อนตัด...
เว็บไซต์เป็นหนึ่งในทรัพย์สินสำคัญของธุรกิจ เพราะใช้แนะนำบริษัท สร้างความน่าเชื่อ...
Moon Knight Creator
ทำเว็บไซต์ใช้เวลากี่วัน? ระยะเวลาตามประเภทเว็บไซต์...
การทำเว็บไซต์ใช้เวลานานแค่ไหน เป็นหนึ่งในคำถามที่เจ้าของธุรกิจมักถามก่อนตัดสินใจ...
Moon Knight Creator
รับทำเว็บไซต์ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง? Checklist ก...
การจ้างทำเว็บไซต์ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกสีหรือเลือกรูปแบบหน้าเว็บเพียงอย่างเดี...
20-16.jpg
จ้างทำ SEO กับทำเองต่างกันอย่างไร? แบบไหนเหมาะกับธ...
เมื่อเจ้าของธุรกิจเริ่มสนใจทำ SEO คำถามสำคัญที่มักเกิดขึ้นคือ ควรเรียนรู้และทำ S...