
Backlink เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยให้ Search Engine ค้นพบหน้าเว็บไซต์และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต แต่ไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์ที่มี Backlink จำนวนมากจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอไป
หากลิงก์ถูกสร้างขึ้นเพื่อบิดเบือนอันดับ ไม่ได้เกิดจากการอ้างอิงเนื้อหาตามธรรมชาติ หรือมาจากเครือข่ายเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพ ลิงก์เหล่านั้นอาจถูกมองว่าเป็น Link Spam และสร้างความเสี่ยงต่อเว็บไซต์ได้
Google ระบุว่า Link Spam คือการสร้างลิงก์เข้าหรือออกจากเว็บไซต์โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อควบคุมหรือบิดเบือนอันดับในผลการค้นหา เว็บไซต์ที่ฝ่าฝืนนโยบาย Spam อาจถูกลดอันดับ ได้รับ Manual Action หรือถูกนำออกจากผลการค้นหาบางส่วนหรือทั้งหมด
บทความนี้จะอธิบายว่า Link Spam คืออะไร ลิงก์ลักษณะใดมีความเสี่ยง วิธีตรวจสอบ Backlink และควรจัดการอย่างไรเมื่อตรวจพบลิงก์ผิดปกติ
หัวข้อ
Link Spam คืออะไร
Link Spam คือการสร้าง ซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกระจายลิงก์โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มสัญญาณด้านอันดับให้เว็บไซต์ แทนที่จะสร้างลิงก์เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์หนึ่งซื้อบทความจากเว็บไซต์จำนวนมากและกำหนดให้ทุกบทความใส่ลิงก์ด้วยคำว่า “รับทำ SEO ราคาถูก” เพื่อพยายามทำให้เว็บไซต์ติดอันดับในคำค้นหานั้น
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การมีลิงก์หรือการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ แต่เกิดจาก จุดประสงค์ รูปแบบ และปริมาณของการสร้างลิงก์ ว่าถูกออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ใช้หรือเพื่อบิดเบือนระบบจัดอันดับ
ลิงก์คุณภาพต่ำกับ Link Spam ต่างกันอย่างไร
ลิงก์คุณภาพต่ำไม่ได้เป็น Link Spam ทุกลิงก์
เว็บไซต์อาจได้รับลิงก์จากหน้าเก่า เว็บที่มีผู้ใช้งานน้อย เว็บไซต์รวบรวมข้อมูล หรือเว็บไซต์ที่เจ้าของเว็บไม่เคยรู้จัก โดยไม่ได้เป็นผู้สร้างลิงก์เหล่านั้นเอง
ลิงก์จะมีความเสี่ยงมากขึ้นเมื่อพบรูปแบบ เช่น
- เจ้าของเว็บไซต์เป็นผู้ซื้อหรือสั่งสร้างลิงก์
- มีการใช้ Anchor Text คีย์เวิร์ดเดิมซ้ำจำนวนมาก
- ลิงก์ปรากฏพร้อมกันจำนวนมากอย่างผิดธรรมชาติ
- เว็บไซต์ต้นทางไม่มีเนื้อหาหรือกลุ่มผู้ชมที่เกี่ยวข้อง
- ลิงก์มาจากระบบอัตโนมัติหรือเครือข่ายที่สร้างไว้ขายลิงก์
- ลิงก์มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อเพิ่มอันดับ มากกว่าช่วยผู้ใช้งาน
ดังนั้นไม่ควรตัดสินว่าลิงก์เป็น Spam จากคะแนน Domain Authority, Domain Rating หรือ Toxic Score เพียงค่าเดียว แต่ควรตรวจสอบที่มา บริบท Anchor Text รูปแบบการสร้างลิงก์ และประวัติการดำเนินงานร่วมกัน
ตัวอย่าง ลิงก์เสี่ยงและ Link Spam
1. การซื้อหรือขายลิงก์เพื่อเพิ่มอันดับ
การจ่ายเงินเพื่อให้เว็บไซต์อื่นใส่ลิงก์ที่ส่งสัญญาณด้านอันดับ ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบ Link Spam ที่ Google ระบุไว้โดยตรง
การแลกเปลี่ยนไม่จำเป็นต้องเป็นเงินเท่านั้น แต่รวมถึง
- การให้สินค้าเพื่อแลกกับบทความและลิงก์
- การให้บริการฟรีเพื่อแลกกับลิงก์
- การจ่ายค่าลงบทความพร้อมกำหนด Anchor Text
- การซื้อพื้นที่ลิงก์รายเดือนหรือรายปี
การทำโฆษณาและ Sponsored Content ไม่ได้ผิดนโยบายเสมอไป แต่ลิงก์ที่เกิดจากการชำระเงินควรกำกับด้วย rel="sponsored" หรือ rel="nofollow" เพื่อระบุความสัมพันธ์ของลิงก์ให้ชัดเจน
2. การแลกลิงก์จำนวนมาก
การที่ธุรกิจสองแห่งอ้างอิงถึงกันตามธรรมชาติไม่ใช่ปัญหา แต่การสร้างหน้า Partner จำนวนมากหรือใช้วิธี “คุณลิงก์มาหาฉัน แล้วฉันจะลิงก์กลับ” ในปริมาณมากเพื่อเพิ่มอันดับ มีความเสี่ยงเข้าข่าย Link Spam
สัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่
- มีเว็บไซต์แลกลิงก์กันเป็นเครือข่าย
- ทุกเว็บไซต์ลิงก์กลับหากัน
- หน้า Partner ไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์
- ใช้คีย์เวิร์ดเชิงพาณิชย์เป็น Anchor Text ทุกลิงก์
3. การใช้โปรแกรมสร้าง Backlink อัตโนมัติ
เครื่องมือหรือบริการที่โฆษณาว่าสามารถสร้าง Backlink หลักพันหรือหลักหมื่นภายในระยะเวลาสั้น มักสร้างลิงก์ผ่านระบบอัตโนมัติ เช่น
- สร้างบัญชีตามเว็บไซต์ต่าง ๆ
- โพสต์ข้อความในเว็บบอร์ด
- ส่ง Comment อัตโนมัติ
- สร้างหน้า Web 2.0 จำนวนมาก
- ส่งเว็บไซต์เข้า Directory จำนวนมาก
Google ระบุว่าการใช้โปรแกรมหรือบริการอัตโนมัติเพื่อสร้างลิงก์เป็นตัวอย่างหนึ่งของ Link Spam
4. ลิงก์จาก Directory หรือ Bookmark คุณภาพต่ำ
Directory บางประเภทมีประโยชน์ เช่น ฐานข้อมูลธุรกิจในพื้นที่ สมาคมวิชาชีพ หรือเว็บไซต์รวบรวมผู้ให้บริการเฉพาะอุตสาหกรรม
แต่ Directory ที่สร้างขึ้นเพื่อรับทุกเว็บไซต์โดยไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีผู้ใช้งานจริง และเต็มไปด้วยหน้ารวมลิงก์ อาจไม่มีคุณค่าและมีความเสี่ยง
Google ยกตัวอย่างลิงก์จาก Directory หรือ Bookmark Site คุณภาพต่ำว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของ Link Spam
5. ลิงก์จาก Comment และ Forum ที่ใส่คีย์เวิร์ด
การร่วมสนทนาในเว็บบอร์ดหรือแสดงความคิดเห็นใน Blog ไม่ถือเป็น Spam หากทำเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลจริง
แต่การโพสต์ข้อความทั่วไปแล้วใส่ลิงก์พร้อม Anchor Text เช่น
- รับทำเว็บไซต์ราคาถูก
- บริษัทรับทำ SEO
- ซื้อ Backlink คุณภาพสูง
- เครื่องชงกาแฟราคาดี
โดยไม่เกี่ยวข้องกับบทสนทนา มีความเสี่ยงเข้าข่าย Link Spam โดยเฉพาะเมื่อทำซ้ำในเว็บไซต์จำนวนมาก
6. Guest Post ที่สร้างขึ้นเพื่อลิงก์เป็นหลัก
Guest Post สามารถเป็นการเผยแพร่ความรู้และสร้างชื่อเสียงให้ผู้เขียนได้ แต่จะมีความเสี่ยงเมื่อ
- เนื้อหาไม่มีคุณภาพหรือซ้ำกับเว็บไซต์อื่น
- ลงบทความจำนวนมากในเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ใช้ Anchor Text คีย์เวิร์ดเชิงพาณิชย์ซ้ำกัน
- ผู้เผยแพร่รับเงินโดยไม่กำกับลิงก์ Sponsored
- เนื้อหาถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อฝังลิงก์
Google ระบุถึง Advertorial, Native Advertising, Guest Post และ Press Release ที่มีลิงก์แบบส่งสัญญาณอันดับหรือใช้ Anchor Text ที่ปรับแต่งมากเกินไปว่าอาจเข้าข่าย Link Spam
7. ลิงก์ใน Footer หรือ Template จำนวนมาก
ลิงก์ที่อยู่ใน Footer เช่น “เว็บไซต์ออกแบบโดย…” อาจปรากฏทุกหน้าของเว็บไซต์ ทำให้ลิงก์เพียงหนึ่งรายการกลายเป็น Backlink หลายร้อยหรือหลายพันลิงก์
ลิงก์ประเภทนี้จะมีความเสี่ยงมากขึ้นเมื่อ
- บังคับให้ลูกค้าใส่ลิงก์
- ใช้คีย์เวิร์ดเชิงพาณิชย์
- ไม่ให้เจ้าของเว็บไซต์เลือกถอดหรือกำกับลิงก์
- กระจายลิงก์แบบเดียวกันในเว็บไซต์จำนวนมาก
Google ระบุว่าลิงก์ที่กระจายอยู่ใน Footer หรือ Template ของเว็บไซต์หลายแห่ง รวมถึงลิงก์ใน Widget ที่ใช้คีย์เวิร์ดมากเกินไป อาจเป็น Link Spam
8. ลิงก์ที่ซ่อนจากผู้ใช้งาน
ลิงก์ที่ถูกทำให้ผู้ใช้มองเห็นได้ยาก แต่ Search Engine ยังอ่านได้ อาจเข้าข่าย Hidden Link Abuse เช่น
- ใช้ตัวอักษรสีเดียวกับพื้นหลัง
- ตั้งค่าขนาดตัวอักษรเป็นศูนย์
- ซ่อนลิงก์ไว้หลังภาพ
- วางลิงก์ไว้นอกพื้นที่หน้าจอ
- ใส่ลิงก์ไว้ในเครื่องหมายหรืออักขระขนาดเล็ก
Google จัดลิงก์ที่ถูกซ่อนเพื่อควบคุมอันดับเป็นพฤติกรรม Spam แต่การซ่อนเนื้อหาใน Accordion, Tab หรือองค์ประกอบที่ช่วยประสบการณ์ใช้งานตามปกติไม่ถือเป็นการละเมิด
9. เว็บไซต์เครือข่ายที่สร้างไว้ขายลิงก์
เว็บไซต์บางกลุ่มถูกสร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่บทความและส่งลิงก์ไปยังเว็บไซต์ลูกค้าโดยเฉพาะ มักมีลักษณะดังนี้
- เนื้อหาหลายหมวดที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
- ไม่มีข้อมูลผู้เขียนหรือองค์กร
- มีบทความใหม่จำนวนมากในแต่ละวัน
- ทุกบทความมีลิงก์เชิงพาณิชย์
- ไม่มีผู้อ่านหรือการมีส่วนร่วมที่เห็นได้ชัด
- เนื้อหาคุณภาพต่ำหรือสร้างซ้ำจำนวนมาก
ไม่ควรตัดสินจากการเป็นเว็บไซต์เครือข่ายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าจุดประสงค์หลักคือสร้างข้อมูลให้ผู้ใช้ หรือสร้างลิงก์เพื่อควบคุมอันดับ
10. Anchor Text ที่ปรับแต่งมากเกินไป
Anchor Text คือข้อความที่ผู้ใช้งานกดเพื่อเปิดลิงก์ ข้อความดังกล่าวควรสั้น ชัดเจน และเกี่ยวข้องกับหน้าปลายทาง Google แนะนำให้ใช้ Anchor Text ที่อธิบายปลายทางได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่กว้างหรือยัดคีย์เวิร์ดเกินความจำเป็น
รูปแบบที่ควรระวัง ได้แก่ เว็บไซต์จำนวนมากลิงก์มายังหน้าเดียวกันด้วยคำว่า
- รับทำ SEO
- รับทำเว็บไซต์ราคาถูก
- ซื้อ Backlink
- บริษัทการตลาดออนไลน์
เหมือนกันทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อลิงก์เหล่านั้นถูกซื้อหรือสร้างขึ้นเอง
Link Spam ส่งผลต่อเว็บไซต์อย่างไร
Google ใช้ระบบอัตโนมัติร่วมกับการตรวจสอบโดยมนุษย์ในการตรวจจับพฤติกรรมที่ละเมิดนโยบาย เว็บไซต์ที่มีพฤติกรรม Link Spam อาจได้รับผลกระทบ เช่น
- ลิงก์ไม่ได้รับการนำมาคำนวณ
- หน้าเว็บไซต์บางหน้าสูญเสียอันดับ
- เว็บไซต์ได้รับ Manual Action
- เว็บไซต์บางส่วนหรือทั้งหมดไม่ปรากฏในผลการค้นหา
อย่างไรก็ตาม การพบ Spam Backlink จากเว็บไซต์ที่ไม่รู้จักไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์จะถูกลงโทษทันที Google ระบุว่าโดยทั่วไปสามารถประเมินได้ว่าควรเชื่อถือลิงก์ใด และเว็บไซต์ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ Disavow Tool
วิธีตรวจสอบลิงก์เสี่ยง
1. ตรวจจาก Google Search Console
เข้าไปที่รายงาน Links เพื่อดูข้อมูล เช่น
- หน้าเว็บไซต์ที่ได้รับลิงก์มากที่สุด
- เว็บไซต์ที่ส่งลิงก์เข้ามามากที่สุด
- Anchor Text ที่ถูกใช้มากที่สุด
- ลิงก์ล่าสุดที่ Google ค้นพบ
รายงาน Links เป็นเพียงตัวอย่างของลิงก์ที่ Google ตรวจพบ ไม่ใช่รายการ Backlink ทั้งหมด และอาจรวมลิงก์ที่ถูกลบไปแล้วหรือหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ในปัจจุบัน
2. ตรวจสอบเว็บไซต์ต้นทางด้วยตนเอง
เมื่อพบโดเมนที่น่าสงสัย ควรเปิดตรวจสอบว่า
- หน้าเว็บยังเปิดใช้งานหรือไม่
- เนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเราหรือไม่
- ลิงก์อยู่ในบริบทใด
- เว็บไซต์มีข้อมูลเจ้าของและช่องทางติดต่อหรือไม่
- หน้าเว็บเต็มไปด้วยลิงก์โฆษณาหรือไม่
- Anchor Text เป็นธรรมชาติหรือยัดคีย์เวิร์ด
- ลิงก์เกิดจากแคมเปญที่ทีมเคยทำหรือไม่
อย่าใช้คะแนนจากเครื่องมือเพียงค่าเดียวในการตัดสิน ควรตรวจหน้าเว็บจริงและที่มาของลิงก์ทุกครั้ง
3. ตรวจสอบรูปแบบ Anchor Text
Anchor Text ที่เป็นชื่อแบรนด์ URL หรือคำอธิบายตามธรรมชาติมักเกิดขึ้นได้ตามปกติ
แต่ถ้ามีคีย์เวิร์ดเชิงพาณิชย์คำเดียวกันจำนวนมากผิดปกติ ควรตรวจสอบว่าลิงก์เหล่านั้นมาจากแคมเปญซื้อหรือสร้าง Backlink หรือไม่
4. ตรวจสอบช่วงเวลาที่ลิงก์เพิ่มขึ้น
หาก Backlink เพิ่มขึ้นรวดเร็ว ควรตรวจสอบสาเหตุ แต่ไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็น Spam เพราะอาจเกิดจากข่าว แคมเปญไวรัล การเปิดตัวสินค้า หรือเว็บไซต์หนึ่งลิงก์จากหลายหน้า
ควรพิจารณาทั้งจำนวน ที่มา เนื้อหา และรูปแบบ Anchor Text ร่วมกัน
ตารางประเมินความเสี่ยงของ Backlink
| ปัจจัยตรวจสอบ | ความเสี่ยงต่ำ | ควรตรวจสอบเพิ่ม | ความเสี่ยงสูง |
|---|---|---|---|
| ความเกี่ยวข้อง | เนื้อหาและอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกัน | เกี่ยวข้องบางส่วน | ไม่เกี่ยวข้องเลย |
| ที่มาของลิงก์ | อ้างอิงตามธรรมชาติ | ไม่ทราบที่มา | ซื้อหรือสั่งสร้าง |
| Anchor Text | ชื่อแบรนด์หรือคำอธิบายธรรมชาติ | ใช้คีย์เวิร์ดบางส่วน | ใช้ Exact Match ซ้ำจำนวนมาก |
| คุณภาพหน้า | มีเนื้อหาจริงและมีประโยชน์ | เนื้อหาบาง | สร้างขึ้นเพื่อฝังลิงก์ |
| จำนวนลิงก์ | จำนวนสมเหตุสมผล | เพิ่มขึ้นเร็ว | เพิ่มจำนวนมากจากระบบอัตโนมัติ |
| ตำแหน่งลิงก์ | อยู่ในเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง | อยู่ในหน้ารวมลิงก์ | ซ่อนอยู่ใน Footer, Widget หรือ Comment Spam |
| ความสัมพันธ์ทางการเงิน | ไม่มีการซื้อขาย | ไม่ทราบ | มีการจ่ายเงินแต่ไม่กำกับ Sponsored |
เมื่อพบลิงก์เสี่ยงควรทำอย่างไร?
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบว่าลิงก์เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ย้อนดูประวัติการทำ SEO และผู้ให้บริการเดิมว่าเคยมีการซื้อหรือสร้าง Backlink หรือไม่
หากลิงก์เกิดขึ้นเองและมีจำนวนไม่มาก อาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการทันที แต่ควรบันทึกไว้เพื่อติดตาม
ขั้นตอนที่ 2 ขอให้เว็บไซต์ต้นทางลบหรือแก้ไขลิงก์
หากเป็นลิงก์ที่ทีมเคยซื้อ แลกเปลี่ยน หรือสั่งสร้าง ควรติดต่อเว็บไซต์ต้นทางเพื่อขอให้
- ลบลิงก์
- เปลี่ยน Anchor Text
- เพิ่ม
rel="nofollow" - เพิ่ม
rel="sponsored"สำหรับลิงก์โฆษณาหรือมีค่าตอบแทน
Google แนะนำให้พยายามนำลิงก์ผิดนโยบายออกก่อน หากนำออกไม่ได้จึงค่อยพิจารณา Disavow
ขั้นตอนที่ 3 ใช้ Rel Attribute ให้ถูกประเภท
ลิงก์ขาออกควรกำกับให้ตรงกับความสัมพันธ์ของลิงก์
| Attribute | เหมาะกับ |
|---|---|
rel="sponsored" | โฆษณา Sponsored Content หรือลิงก์ที่มีค่าตอบแทน |
rel="ugc" | ลิงก์จาก Comment, Forum หรือเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้าง |
rel="nofollow" | ลิงก์ที่ไม่ต้องการให้ Google เชื่อมโยงเว็บไซต์เข้าด้วยกัน หรือกรณีอื่นที่ไม่เข้ากับสองประเภทแรก |
สำหรับลิงก์ทั่วไปที่อ้างอิงแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ไม่จำเป็นต้องใส่ Rel Attribute เพิ่ม
ควรใช้ Disavow Link หรือไม่
Disavow Tool เป็นเครื่องมือขั้นสูงที่ใช้แจ้ง Google ว่าไม่ต้องการให้พิจารณาลิงก์บางรายการในการประเมินเว็บไซต์
แต่ไม่ควรนำ Backlink ทั้งหมดที่เครื่องมือภายนอกระบุว่า “Toxic” ไปใส่ใน Disavow ทันที
Google แนะนำให้ใช้ Disavow เฉพาะเมื่อเข้าเงื่อนไขทั้งสองข้อ ได้แก่
- มีลิงก์ Spam ลิงก์ที่สร้างขึ้นเอง หรือลิงก์คุณภาพต่ำจำนวนมาก
- ลิงก์เหล่านั้นทำให้เกิด Manual Action หรือมีแนวโน้มสูงว่าจะทำให้เกิด Manual Action
Google เตือนว่าการใช้เครื่องมือนี้อย่างไม่ถูกต้องอาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของเว็บไซต์ในผลการค้นหา
ตัวอย่างรูปแบบไฟล์ Disavow:
# ปฏิเสธหน้าเว็บเฉพาะ
https://spam.example.com/comment-page.html
# ปฏิเสธทุกลิงก์จากโดเมน
domain:spam-example.comก่อนใช้ Disavow ควรตรวจสอบไฟล์เดิมให้ครบถ้วน เพราะการอัปโหลดไฟล์ใหม่จะเข้าแทนที่รายการเดิมของ Property นั้น และ Google อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการประมวลผลหลังจากรวบรวมหน้าเว็บใหม่
วิธีป้องกันไม่ให้เว็บไซต์สร้าง Link Spam
- ไม่ซื้อ Backlink โดยพิจารณาเพียงจำนวนลิงก์
- หลีกเลี่ยงแพ็กเกจสร้างลิงก์อัตโนมัติ
- ไม่กำหนด Exact Match Anchor Text ทุกบทความ
- ตรวจสอบเว็บไซต์ก่อนลง Guest Post
- กำกับลิงก์ที่มีค่าตอบแทนด้วย
sponsored - กำกับลิงก์จากผู้ใช้งานด้วย
ugc - ไม่บังคับลูกค้าใส่ลิงก์ใน Footer
- ตรวจสอบ Comment และ Forum Spam ภายในเว็บไซต์
- ตรวจรายงาน Links และ Manual Actions เป็นระยะ
- เก็บบันทึกแคมเปญประชาสัมพันธ์และ Backlink ที่เคยดำเนินการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Link Spam
มีเว็บไซต์แปลก ๆ ส่งลิงก์มา ต้อง Disavow ทันทีหรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป Google ระบุว่าเว็บไซต์ส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ Disavow เพราะระบบสามารถประเมินได้ว่าควรเชื่อถือลิงก์ใด ควรพิจารณาใช้เมื่อมีลิงก์ผิดธรรมชาติจำนวนมากและเกี่ยวข้องกับ Manual Action หรือความเสี่ยงที่จะได้รับ Manual Action
Backlink จากเว็บไซต์คะแนนต่ำเป็น Spam หรือไม่
ไม่จำเป็น เว็บไซต์ใหม่หรือเว็บไซต์เฉพาะทางอาจมีคะแนนจากเครื่องมือภายนอกไม่สูง แต่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องและส่งผู้ใช้งานจริงมาได้
ควรตรวจสอบบริบท คุณภาพเนื้อหา ที่มาของลิงก์ และเจตนาในการสร้างลิงก์มากกว่าดูคะแนนเพียงตัวเดียว
ซื้อบทความประชาสัมพันธ์พร้อมลิงก์ได้หรือไม่
สามารถซื้อพื้นที่โฆษณาหรือ Sponsored Content ได้ แต่ควรกำกับลิงก์ด้วย rel="sponsored" หรือ rel="nofollow" เพื่อไม่ให้ลิงก์ถูกใช้สำหรับส่งสัญญาณด้านอันดับ
ลิงก์จาก Social Media เป็น Link Spam หรือไม่
ไม่ใช่โดยอัตโนมัติ การแชร์เว็บไซต์บน Social Media เป็นกิจกรรมทางการตลาดตามปกติ แต่การสร้างบัญชีจำนวนมากเพื่อโพสต์ลิงก์ซ้ำ ๆ โดยไม่มีผู้ใช้งานจริง อาจกลายเป็นพฤติกรรม Spam ได้
ลบ Backlink แล้วอันดับจะกลับมาทันทีหรือไม่
ไม่สามารถรับประกันได้ การเปลี่ยนแปลงอาจต้องรอให้ Search Engine รวบรวมและประมวลผลหน้าเว็บใหม่ และอันดับยังขึ้นอยู่กับคุณภาพเว็บไซต์ เนื้อหา คู่แข่ง และปัจจัยอื่นร่วมด้วย
สรุป
Link Spam ไม่ได้หมายถึง Backlink ที่มีคะแนนต่ำหรือเว็บไซต์ที่เราไม่รู้จักทุกแห่ง แต่หมายถึงลิงก์ที่สร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายหลักเพื่อบิดเบือนระบบจัดอันดับ
ตัวอย่างที่ควรระวัง ได้แก่ การซื้อขายลิงก์ การแลกลิงก์จำนวนมาก การสร้างลิงก์อัตโนมัติ ลิงก์จาก Directory คุณภาพต่ำ Comment Spam ลิงก์ใน Footer และ Guest Post ที่ผลิตขึ้นเพียงเพื่อฝัง Anchor Text
เมื่อพบลิงก์ผิดปกติ ควรตรวจสอบที่มาและบริบทก่อน พยายามขอให้เว็บไซต์ต้นทางนำลิงก์ออกหรือกำกับด้วย Rel Attribute ให้ถูกต้อง ส่วน Disavow Tool ควรใช้เฉพาะในกรณีที่จำเป็นและผ่านการตรวจสอบอย่างรอบคอบแล้ว
เป้าหมายของการสร้าง Backlink ที่ดีไม่ใช่การมีลิงก์ให้มากที่สุด แต่คือการได้รับการอ้างอิงจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และช่วยให้ผู้ใช้งานค้นพบข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นธรรมชาติ
กังวลว่าเว็บไซต์มี Backlink ผิดปกติหรือไม่
Moon Knight Creator ให้บริการตรวจสอบ Backlink วิเคราะห์ Anchor Text และประเมินความเสี่ยงของลิงก์ที่เชื่อมมายังเว็บไซต์ พร้อมวางแนวทางปรับปรุง Off-Page SEO ให้เหมาะกับธุรกิจ
ติดต่อทีมงานเพื่อขอรับการตรวจสอบเว็บไซต์และวางแผนแก้ไขลิงก์อย่างเป็นระบบ
ติดต่อเรา
- Facebook: Moon Knight Creator
- LINE: @moonknightcreator
- เว็บไซต์: www.moonknightcreator.com
- แผนที่: Moon Knight Creator



