เว็บไซต์โรงแรมควรมีอะไรบ้าง? เช็กลิสต์สร้างเว็บให้ลูกค้าตัดสินใจจองได้ง่าย

/
/
เว็บไซต์โรงแรมควรมีอะไรบ้าง? เช็กลิสต์สร้างเว็บให้ลูกค้าตัดสินใจจองได้ง่าย
Moon Knight Creator

เว็บไซต์โรงแรมไม่ได้มีหน้าที่เพียงแสดงรูปห้องพักและหมายเลขโทรศัพท์ แต่ควรทำหน้าที่เป็นช่องทางให้ผู้เข้าพักค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบประเภทห้อง ตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวก ดูทำเล และตัดสินใจจองได้อย่างมั่นใจ

ลูกค้าบางคนอาจรู้จักโรงแรมจาก Google Maps, Facebook, TikTok หรือแพลตฟอร์มจองที่พัก ก่อนเข้ามาตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ของโรงแรม หากเว็บไซต์โหลดช้า ข้อมูลราคาไม่ชัด ภาพไม่ตรงกับห้องจริง หรือระบบจองใช้งานยาก ลูกค้าอาจกลับไปจองโรงแรมคู่แข่งแทน

เว็บไซต์โรงแรมที่ดีจึงควรตอบคำถามสำคัญให้ได้ว่า

  • โรงแรมตั้งอยู่ที่ไหน
  • มีห้องพักประเภทใด
  • ห้องพักรองรับผู้เข้าพักกี่คน
  • ราคาเท่าไรและรวมอะไรบ้าง
  • มีห้องว่างในวันที่ต้องการหรือไม่
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไร
  • เดินทางจากสนามบินหรือสถานที่สำคัญอย่างไร
  • นโยบายเช็กอิน เช็กเอาต์ และยกเลิกเป็นอย่างไร
  • สามารถจองและชำระเงินได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
  • หากมีคำถามควรติดต่อช่องทางใด

บทความนี้จะอธิบายว่าเว็บไซต์โรงแรมควรมีหน้าและฟังก์ชันอะไรบ้าง พร้อมแนวทางออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับทั้งการจองโดยตรง การทำ SEO และการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ

เว็บไซต์โรงแรมสำคัญอย่างไร?

แม้โรงแรมจะขายห้องพักผ่าน Online Travel Agency หรือ OTA ได้ แต่เว็บไซต์ของโรงแรมยังเป็นทรัพย์สินดิจิทัลที่ธุรกิจควบคุมข้อมูล การนำเสนอแบรนด์ เนื้อหา โปรโมชั่น และเส้นทางการจองได้ด้วยตนเอง

เว็บไซต์สามารถช่วยธุรกิจได้หลายด้าน

สร้างความน่าเชื่อถือ

เว็บไซต์ทางการช่วยยืนยันข้อมูลของโรงแรม เช่น ที่อยู่ เบอร์โทร ห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก และนโยบายต่าง ๆ ลูกค้าสามารถตรวจสอบว่าข้อมูลจากแพลตฟอร์มอื่นตรงกับข้อมูลของโรงแรมหรือไม่

ลดข้อสงสัยก่อนจอง

หากเว็บไซต์อธิบายรายละเอียดห้องพัก จำนวนผู้เข้าพัก เตียง อาหารเช้า ที่จอดรถ และเงื่อนไขอย่างชัดเจน พนักงานจะได้รับคำถามซ้ำลดลง และลูกค้าตัดสินใจได้เร็วขึ้น

เพิ่มโอกาสรับการจองโดยตรง

เว็บไซต์สามารถเชื่อมกับ Booking Engine หรือช่องทางติดต่อโดยตรง ทำให้ลูกค้าตรวจสอบห้องว่าง เลือกแพ็กเกจ และดำเนินการจองได้โดยไม่ต้องออกจากเว็บไซต์

สื่อสารจุดเด่นของโรงแรมได้ครบกว่า

แพลตฟอร์มจองมักใช้รูปแบบข้อมูลที่กำหนดไว้ แต่เว็บไซต์ของโรงแรมสามารถเล่าเรื่องแบรนด์ แสดงบรรยากาศ นำเสนอแพ็กเกจ งานแต่ง การประชุม ร้านอาหาร หรือกิจกรรมเฉพาะพื้นที่ได้อย่างอิสระ

สนับสนุน SEO และการค้นหาในพื้นที่

โรงแรมสามารถสร้างเนื้อหาเกี่ยวกับห้องพัก ทำเล การเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว และคำถามของผู้เข้าพัก เพื่อเพิ่มโอกาสปรากฏในคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่

โรงแรมยังควรลงทะเบียนและยืนยัน Google Business Profile เพื่อจัดการข้อมูลบน Google Search และ Google Maps โดย Google มีแนวทางเฉพาะสำหรับโปรไฟล์ธุรกิจโรงแรม รวมถึงข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวก ราคา และลิงก์จองห้องพัก

เว็บไซต์โรงแรมควรมีหน้าอะไรบ้าง?

โครงสร้างเว็บไซต์ควรออกแบบตามประเภทโรงแรม จำนวนห้องพัก กลุ่มลูกค้า และบริการที่มี แต่โดยทั่วไปควรมีหน้าหลักดังต่อไปนี้

  1. หน้าแรก
  2. หน้าห้องพัก
  3. หน้ารายละเอียดห้องแต่ละประเภท
  4. หน้าราคาและแพ็กเกจ
  5. หน้าระบบจองห้องพัก
  6. หน้าสิ่งอำนวยความสะดวก
  7. หน้าแกลเลอรี
  8. หน้าร้านอาหารหรือบริการภายในโรงแรม
  9. หน้าสถานที่จัดประชุมและงานอีเวนต์
  10. หน้าสถานที่ตั้งและการเดินทาง
  11. หน้าสถานที่ท่องเที่ยวใกล้โรงแรม
  12. หน้าเกี่ยวกับโรงแรม
  13. หน้ารีวิวหรือประสบการณ์ผู้เข้าพัก
  14. หน้าคำถามที่พบบ่อย
  15. หน้านโยบายและเงื่อนไข
  16. หน้าติดต่อ

1. หน้าแรกของเว็บไซต์โรงแรม

หน้าแรกควรช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจโรงแรมได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเลื่อนอ่านข้อมูลจำนวนมากก่อนจะพบสิ่งที่ต้องการ

องค์ประกอบสำคัญบนหน้าแรก ได้แก่

  • ชื่อและจุดเด่นของโรงแรม
  • ภาพบรรยากาศจริง
  • ทำเลหรือพื้นที่ตั้ง
  • ปุ่มตรวจสอบห้องว่าง
  • วันเช็กอินและเช็กเอาต์
  • จำนวนผู้เข้าพัก
  • ประเภทห้องแนะนำ
  • สิ่งอำนวยความสะดวกหลัก
  • โปรโมชั่นปัจจุบัน
  • คะแนนหรือรีวิวที่ตรวจสอบได้
  • แผนที่และการเดินทาง
  • ช่องทางติดต่อ
  • ลิงก์ไปยังข้อมูลสำคัญ

ข้อความส่วนแรกของหน้าไม่ควรใช้เพียงคำทั่วไป เช่น “ประสบการณ์เหนือระดับที่คุณจะไม่มีวันลืม” โดยไม่บอกว่าโรงแรมตั้งอยู่ที่ใด เหมาะกับใคร และมีจุดเด่นอะไร

ตัวอย่างข้อความที่ชัดเจนกว่า:

โรงแรมใจกลางเมืองเชียงใหม่ ใกล้ประตูท่าแพ ห้องพักสำหรับคู่รักและครอบครัว พร้อมที่จอดรถและอาหารเช้า

ผู้ใช้สามารถเข้าใจประเภทโรงแรม ทำเล และบริการสำคัญได้ทันที

2. หน้ารวมประเภทห้องพัก

หน้ารวมประเภทห้องควรช่วยให้ลูกค้าเปรียบเทียบตัวเลือกได้ง่าย ไม่ควรแสดงเพียงชื่อห้องและภาพหนึ่งภาพ

ข้อมูลที่ควรแสดงในหน้ารวม ได้แก่

ข้อมูลตัวอย่าง
ชื่อประเภทห้องDeluxe King Room
ขนาดห้อง32 ตารางเมตร
ประเภทเตียงเตียงคิงไซซ์
จำนวนผู้เข้าพักผู้ใหญ่ 2 คน
วิววิวเมือง
อาหารเช้ารวม/ไม่รวม
จุดเด่นระเบียง อ่างอาบน้ำ โต๊ะทำงาน
ราคาเริ่มต้นระบุตามวันที่หรือแพ็กเกจ
ปุ่มดำเนินการดูรายละเอียด/ตรวจสอบห้องว่าง

ควรจัดรูปแบบให้ผู้ใช้เปรียบเทียบห้องได้โดยไม่ต้องเปิดหลายหน้าแล้วจดจำข้อมูลเอง

3. หน้ารายละเอียดห้องพักแต่ละประเภท

ห้องพักแต่ละประเภทควรมี URL และเนื้อหาเฉพาะของตนเอง โดยเฉพาะเมื่อขนาด ราคา จำนวนผู้เข้าพัก หรือสิ่งอำนวยความสะดวกแตกต่างกัน

หน้ารายละเอียดห้องควรมี

  • ชื่อห้อง
  • ภาพห้องหลายมุม
  • วิดีโอหรือ Virtual Tour หากมี
  • ขนาดห้อง
  • ประเภทและจำนวนเตียง
  • จำนวนผู้เข้าพักสูงสุด
  • จำนวนเด็กที่รองรับ
  • วิวจากห้อง
  • ห้องน้ำและอุปกรณ์
  • สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง
  • เงื่อนไขเตียงเสริม
  • นโยบายเด็ก
  • นโยบายสูบบุหรี่
  • การรองรับผู้ใช้รถเข็น หากมี
  • ราคาและแพ็กเกจ
  • ปุ่มตรวจสอบห้องว่าง
  • ห้องประเภทใกล้เคียง

ภาพห้องพักควรเป็นภาพจริง

ไม่ควรใช้ภาพตกแต่งหรือภาพที่ทำให้ขนาดห้องดูกว้างกว่าความเป็นจริงมากเกินไป ควรแสดงทั้ง

  • มุมรวมของห้อง
  • เตียง
  • ห้องน้ำ
  • ระเบียงหรือวิว
  • โต๊ะทำงาน
  • พื้นที่เก็บสัมภาระ
  • สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญ

คำอธิบายภาพหรือ Alt Text ควรสื่อสิ่งที่อยู่ในภาพตามบริบท ไม่ควรยัดคำค้นหาซ้ำ ๆ แนวทางด้าน Accessibility ของ W3C แนะนำให้กำหนดข้อความทดแทนรูปภาพตามหน้าที่และเนื้อหาของภาพนั้น

4. ราคาและแพ็กเกจห้องพัก

เว็บไซต์ควรช่วยให้ลูกค้าเข้าใจว่าราคาที่เห็นรวมอะไรและมีเงื่อนไขอย่างไร

ข้อมูลที่ควรระบุ ได้แก่

  • ราคาต่อคืน
  • ภาษีและค่าบริการ
  • รวมอาหารเช้าหรือไม่
  • จำนวนผู้เข้าพักที่รวมในราคา
  • ค่าเตียงเสริม
  • เงื่อนไขเด็ก
  • เงื่อนไขคืนเงิน
  • ระยะเวลายกเลิก
  • วันเข้าพักที่ใช้ได้
  • เงื่อนไขโปรโมชั่น
  • จำนวนคืนขั้นต่ำ
  • สิทธิประโยชน์สำหรับการจองตรง

โรงแรมอาจมีแพ็กเกจ เช่น

  • ห้องพักพร้อมอาหารเช้า
  • Staycation
  • Honeymoon Package
  • Family Package
  • Workation
  • Long Stay
  • Airport Transfer
  • ห้องพักพร้อมสปา
  • ห้องพักพร้อมอาหารเย็น
  • Early Bird
  • Last-minute Deal

ไม่ควรแสดงโปรโมชั่นที่หมดอายุแล้ว หรือใช้คำว่า “ราคาดีที่สุด” โดยไม่มีเงื่อนไขและข้อมูลรองรับ

5. ระบบจองห้องพัก

ระบบจองเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่สุดของเว็บไซต์โรงแรม เพราะเป็นจุดที่เปลี่ยนผู้เยี่ยมชมให้กลายเป็นผู้เข้าพัก

ระบบจองควรรองรับขั้นตอนหลัก ได้แก่

  1. เลือกวันเช็กอินและเช็กเอาต์
  2. ระบุจำนวนห้องและผู้เข้าพัก
  3. ตรวจสอบห้องว่าง
  4. เปรียบเทียบประเภทห้อง
  5. เลือก Rate Plan หรือแพ็กเกจ
  6. เพิ่มบริการเสริม
  7. กรอกข้อมูลผู้เข้าพัก
  8. ตรวจสอบราคาและเงื่อนไข
  9. ชำระเงินหรือรับประกันการจอง
  10. รับเลขยืนยันและอีเมล

ระบบจองควรแสดงราคารวมให้ชัด

ก่อนลูกค้ายืนยัน ควรสรุป

  • ราคาห้อง
  • จำนวนคืน
  • ภาษี
  • ค่าบริการ
  • บริการเสริม
  • ยอดรวม
  • เงื่อนไขยกเลิก
  • กำหนดชำระเงิน
  • ช่องทางรับใบยืนยัน

ไม่ควรเพิ่มค่าใช้จ่ายสำคัญในขั้นตอนสุดท้ายโดยไม่แจ้งก่อน เพราะอาจทำให้ผู้ใช้ยกเลิกการจอง

แบบฟอร์มควรใช้งานง่าย

ช่องกรอกควรมี Label และคำแนะนำที่ชัดเจน พร้อมแจ้งข้อผิดพลาดให้ผู้ใช้เข้าใจว่าแก้ไขตรงไหน แนวทาง W3C ระบุว่าแบบฟอร์มที่เข้าถึงได้ควรมีโครงสร้าง คำแนะนำ และ Feedback ที่เข้าใจง่าย

ต้องรองรับมือถือ

ผู้ใช้จำนวนมากค้นหาและจองที่พักผ่านโทรศัพท์ ระบบปฏิทิน ปุ่มเลือกห้อง แบบฟอร์ม และหน้าชำระเงินจึงต้องใช้งานได้โดยไม่ต้องซูมหรือเลื่อนแนวนอน

6. ระบบจัดการห้องว่างและการเชื่อมต่อช่องทางขาย

โรงแรมที่ขายห้องพักผ่านหลายช่องทางควรวางระบบให้ข้อมูลห้องว่างและราคาสอดคล้องกัน

ระบบที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่

  • Property Management System หรือ PMS
  • Booking Engine
  • Channel Manager
  • Payment Gateway
  • CRM
  • ระบบออกใบเสร็จหรือใบกำกับภาษี
  • Email Automation

Channel Manager ช่วยลดความเสี่ยงที่ห้องเดียวกันถูกขายซ้ำผ่านหลายแพลตฟอร์ม แต่การเลือกระบบควรตรวจสอบว่าเชื่อมกับ PMS และช่องทางขายที่โรงแรมใช้อยู่จริงหรือไม่

เว็บไซต์ไม่ควรสร้างระบบจองใหม่โดยไม่วางแผนการเชื่อมต่อกับระบบหลังบ้าน เพราะอาจทำให้ทีมต้องอัปเดตห้องว่างด้วยตนเองหลายแห่ง

7. หน้าสิ่งอำนวยความสะดวก

หน้าสิ่งอำนวยความสะดวกควรแสดงข้อมูลที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจ ไม่ใช่เพียงรายชื่อสั้น ๆ

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรมี

  • สระว่ายน้ำ
  • ฟิตเนส
  • สปา
  • ร้านอาหาร
  • บาร์
  • ที่จอดรถ
  • Wi-Fi
  • รถรับส่งสนามบิน
  • บริการซักรีด
  • ห้องประชุม
  • Kids Club
  • พื้นที่ทำงาน
  • บริการรับฝากสัมภาระ
  • ลิฟต์
  • สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ
  • จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
  • นโยบายสัตว์เลี้ยง

แต่ละรายการควรบอกเวลาเปิดให้บริการ ตำแหน่ง ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไข หากมี

Google สามารถแสดงข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรมบน Search และ Maps และโรงแรมที่ยืนยัน Business Profile แล้วสามารถตรวจสอบหรือแก้ไขข้อมูลบางส่วนได้

8. หน้าแกลเลอรีภาพและวิดีโอ

แกลเลอรีควรจัดหมวดหมู่เพื่อให้ผู้ใช้ค้นหาภาพที่ต้องการได้ง่าย เช่น

  • ห้องพัก
  • ห้องน้ำ
  • สระว่ายน้ำ
  • ร้านอาหาร
  • ล็อบบี้
  • ห้องประชุม
  • งานแต่งงาน
  • สปา
  • วิวและพื้นที่โดยรอบ

ควรหลีกเลี่ยงการอัปโหลดไฟล์ภาพขนาดใหญ่มากโดยไม่บีบอัด เพราะอาจทำให้หน้าโหลดช้า

แนวทางที่เหมาะสม ได้แก่

  • ใช้ไฟล์ WebP หรือ AVIF เมื่อระบบรองรับ
  • กำหนดขนาดภาพตามพื้นที่แสดงผล
  • ใช้ Lazy Loading อย่างเหมาะสม
  • หลีกเลี่ยง Slider จำนวนมากบนหน้าแรก
  • ไม่เล่นวิดีโอพร้อมเสียงโดยอัตโนมัติ
  • ใช้ Thumbnail ก่อนโหลดวิดีโอขนาดใหญ่

9. หน้าร้านอาหาร สปา และธุรกิจภายในโรงแรม

หากโรงแรมมีร้านอาหาร คาเฟ่ สปา หรือบริการที่ลูกค้าภายนอกสามารถเข้าใช้ได้ ควรสร้างหน้ารายละเอียดแยกตามความเหมาะสม

ข้อมูลควรประกอบด้วย

  • รายละเอียดบริการ
  • เมนูหรือแพ็กเกจ
  • เวลาเปิด
  • ราคา
  • การจองโต๊ะหรือนัดหมาย
  • การแต่งกาย
  • ที่ตั้งภายในโรงแรม
  • ภาพบรรยากาศ
  • ช่องทางติดต่อ

Google ระบุว่าธุรกิจภายในโรงแรม เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า หรือสปา อาจมี Business Profile แยกได้ หากลูกค้าสามารถเข้าถึงธุรกิจนั้นโดยอิสระจากการเข้าพัก

10. หน้าห้องประชุม งานแต่ง และอีเวนต์

โรงแรมที่รับจัดประชุม สัมมนา งานแต่ง หรือกิจกรรมองค์กรควรมี Landing Page แยกจากหน้าห้องพัก เพราะเป็นคนละ Search Intent และกลุ่มลูกค้า

ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่

  • ขนาดห้อง
  • ความจุตามรูปแบบการจัดโต๊ะ
  • แปลน
  • อุปกรณ์ภาพและเสียง
  • ระบบอินเทอร์เน็ต
  • เวที
  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • ที่จอดรถ
  • ห้องพักสำหรับคณะ
  • แพ็กเกจ
  • ผลงานที่ผ่านมา
  • แบบฟอร์มขอใบเสนอราคา

ตัวอย่างตารางความจุ:

ห้องTheatreClassroomU-shapeBanquet
Grand Ballroom500300100350
Meeting Room A80503050
Boardroom20

ควรระบุว่าตัวเลขเป็นความจุโดยประมาณและอาจเปลี่ยนตามอุปกรณ์หรือรูปแบบงาน

11. หน้าสถานที่ตั้งและการเดินทาง

ไม่ควรมีเพียงแผนที่ฝังโดยไม่มีคำอธิบาย

หน้าสถานที่ตั้งควรมี

  • ที่อยู่เต็ม
  • พิกัดหรือแผนที่
  • เบอร์โทร
  • วิธีเดินทางด้วยรถยนต์
  • วิธีเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ
  • ระยะทางจากสนามบิน
  • ระยะทางจากสถานีรถไฟหรือสถานีขนส่ง
  • จุดสังเกต
  • ที่จอดรถ
  • บริการรับส่ง
  • เวลาการเดินทางโดยประมาณ
  • คำแนะนำสำหรับผู้เดินทางครั้งแรก

ตัวอย่างหัวข้อที่มีประโยชน์:

  • จากสนามบินเชียงใหม่มาโรงแรมอย่างไร
  • โรงแรมมีที่จอดรถหรือไม่
  • เดินจากโรงแรมไปประตูท่าแพได้ไหม
  • มีรถรับส่งสนามบินหรือไม่
  • เรียกรถจากโรงแรมสะดวกหรือไม่

12. หน้าสถานที่ท่องเที่ยวใกล้โรงแรม

เนื้อหาเกี่ยวกับสถานที่ใกล้เคียงช่วยทั้งผู้เข้าพักและ SEO หากเขียนจากข้อมูลที่มีประโยชน์จริง ไม่ใช่คัดลอกรายชื่อสถานที่จำนวนมาก

ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่

  • ระยะทางจากโรงแรม
  • เวลาเดินทาง
  • วิธีเดินทาง
  • เวลาเปิดโดยทั่วไป
  • เหมาะกับใคร
  • คำแนะนำจากโรงแรม
  • โปรแกรมเที่ยวครึ่งวันหรือหนึ่งวัน

ตัวอย่างบทความ:

  • ที่เที่ยวใกล้โรงแรมในเชียงใหม่
  • ร้านอาหารใกล้โรงแรม
  • แผนเที่ยวเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน
  • ที่พักใกล้สนามบินเหมาะกับใคร
  • เดินทางจากโรงแรมไปดอยสุเทพอย่างไร

ไม่ควรสร้างบทความจำนวนมากที่มีข้อมูลบางและใส่ชื่อพื้นที่เพียงเพื่อหวังอันดับ

13. หน้าเกี่ยวกับโรงแรม

หน้าเกี่ยวกับเราควรสร้างความน่าเชื่อถือและอธิบายตัวตนของโรงแรม

ข้อมูลที่สามารถใส่ได้ ได้แก่

  • ประวัติโรงแรม
  • แนวคิดการออกแบบ
  • ที่มาของชื่อ
  • เจ้าของหรือทีมบริหาร
  • มาตรฐานการบริการ
  • แนวทางด้านสิ่งแวดล้อม
  • การสนับสนุนชุมชน
  • รางวัลและใบรับรอง
  • จำนวนห้อง
  • ปีที่เปิดหรือปรับปรุง
  • ภาพทีมงาน

ไม่ควรเขียนเพียงคำโฆษณาทั่วไป ควรใช้ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้และแสดงสิ่งที่ทำให้โรงแรมแตกต่างจากตัวเลือกอื่น

14. รีวิวจากผู้เข้าพัก

รีวิวช่วยลดความกังวลก่อนจอง แต่ต้องนำเสนออย่างโปร่งใส

แนวทางที่เหมาะสม ได้แก่

  • ใช้รีวิวจากผู้เข้าพักจริง
  • ระบุแหล่งที่มาเมื่อได้รับอนุญาต
  • ไม่แก้ไขความหมายของรีวิว
  • ไม่สร้างคะแนนหรือจำนวนรีวิวปลอม
  • อัปเดตรีวิวเป็นระยะ
  • แสดงทั้งประเภทลูกค้าและช่วงเวลาเมื่อเหมาะสม

Google Business Profile ช่วยให้โรงแรมโต้ตอบกับลูกค้าและตอบรีวิวบน Search และ Maps ได้

หากมีรีวิวเชิงลบ โรงแรมควรตอบอย่างสุภาพ รับฟัง และเชิญติดต่อเพื่อหาทางแก้ไข ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือรายละเอียดการเข้าพักในพื้นที่สาธารณะ

15. คำถามที่พบบ่อย

FAQ ช่วยลดภาระของทีมต้อนรับและช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้เร็วขึ้น

คำถามที่ควรตอบ เช่น

  • เช็กอินและเช็กเอาต์กี่โมง
  • เช็กอินก่อนเวลาได้หรือไม่
  • ฝากกระเป๋าได้ไหม
  • มีที่จอดรถหรือไม่
  • อาหารเช้าเริ่มกี่โมง
  • เด็กพักฟรีหรือไม่
  • มีเตียงเสริมหรือไม่
  • นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ไหม
  • สูบบุหรี่ได้หรือไม่
  • มีรถรับส่งสนามบินหรือไม่
  • ยกเลิกการจองได้อย่างไร
  • ต้องใช้บัตรเครดิตหรือไม่
  • รับชำระเงินช่องทางใด
  • มีห้องสำหรับผู้ใช้รถเข็นหรือไม่
  • สามารถออกใบกำกับภาษีได้หรือไม่

คำตอบควรสั้น ชัด และตรงกับนโยบายปัจจุบันของโรงแรม

16. นโยบายและเงื่อนไขการจอง

เว็บไซต์ควรมีหน้าเงื่อนไขที่ลูกค้าเข้าถึงได้ก่อนชำระเงิน

หัวข้อที่ควรระบุ ได้แก่

  • นโยบายเช็กอินและเช็กเอาต์
  • นโยบายยกเลิก
  • No-show
  • การคืนเงิน
  • การเปลี่ยนวัน
  • เงินประกัน
  • ความเสียหายต่อทรัพย์สิน
  • เด็กและเตียงเสริม
  • สัตว์เลี้ยง
  • การสูบบุหรี่
  • ผู้เข้าพักเพิ่มเติม
  • การใช้สระว่ายน้ำหรือพื้นที่ส่วนกลาง
  • ความเป็นส่วนตัว
  • Cookie
  • การเก็บข้อมูลการจอง

เงื่อนไขต้องสอดคล้องกับ Rate Plan ที่ลูกค้าเลือก หากมีทั้งแบบคืนเงินได้และคืนเงินไม่ได้ ควรแสดงความแตกต่างก่อนยืนยันการจอง

17. หน้าติดต่อโรงแรม

หน้าติดต่อควรมีมากกว่าแบบฟอร์มหนึ่งชุด

ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่

  • ชื่อโรงแรม
  • ที่อยู่
  • เบอร์โทร
  • อีเมล
  • LINE หรือช่องทางแชต
  • Google Maps
  • แผนกสำรองห้องพัก
  • แผนกจัดเลี้ยงหรือประชุม
  • เวลาที่สะดวกติดต่อ
  • แบบฟอร์ม
  • คำแนะนำเรื่องเวลาตอบกลับ

แบบฟอร์มไม่ควรขอข้อมูลมากเกินความจำเป็น หากเป็นคำถามทั่วไปอาจใช้เพียง

  • ชื่อ
  • อีเมลหรือเบอร์โทร
  • หัวข้อ
  • ข้อความ

ส่วนแบบฟอร์มงานแต่งหรือประชุมสามารถขอวันที่ จำนวนแขก และรูปแบบงานเพิ่มเติมได้

ฟังก์ชันสำคัญที่เว็บไซต์โรงแรมควรมี

นอกจากหน้าเนื้อหา เว็บไซต์ควรมีฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้ดำเนินการได้สะดวก

ปุ่มตรวจสอบห้องว่างที่มองเห็นง่าย

ควรมีใน Header หรือจุดสำคัญของหน้า โดยใช้ข้อความชัดเจน เช่น

  • ตรวจสอบห้องว่าง
  • ดูราคา
  • จองห้องพัก
  • Book Now

ไม่ควรใช้ข้อความกำกวม เช่น “สำรวจเพิ่มเติม” สำหรับปุ่มที่นำไปสู่ระบบจอง

ปุ่มโทรและแชตบนมือถือ

หมายเลขโทรศัพท์ควรกดโทรได้ และปุ่มแชตไม่ควรบังเนื้อหาหรือปุ่มจอง

ระบบหลายภาษา

โรงแรมที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติควรมีภาษาอย่างน้อยตามตลาดหลัก เช่น ไทย อังกฤษ จีน หรือภาษาอื่นที่มีผู้เข้าพักจริง

ไม่ควรใช้การแปลอัตโนมัติโดยไม่ตรวจสอบ โดยเฉพาะข้อมูลราคา นโยบาย และคำศัพท์เกี่ยวกับห้องพัก

ระบบหลายสกุลเงิน

สามารถแสดงราคาโดยประมาณในสกุลเงินอื่นได้ แต่ควรแจ้งว่าสกุลเงินที่ใช้ชำระจริงคืออะไร และอัตราแลกเปลี่ยนอาจเปลี่ยนแปลง

ระบบอีเมลยืนยัน

อีเมลหลังจองควรมี

  • Booking Number
  • ชื่อผู้เข้าพัก
  • วันที่
  • ประเภทห้อง
  • จำนวนผู้เข้าพัก
  • ราคา
  • สถานะการชำระ
  • นโยบายยกเลิก
  • ที่อยู่และแผนที่
  • ช่องทางติดต่อ

ระบบวิเคราะห์ผล

ควรติดตั้งเครื่องมือวัดผล เช่น Google Analytics และ Google Search Console พร้อมตั้ง Event สำคัญ เช่น

  • เริ่มค้นหาห้อง
  • เลือกห้อง
  • เริ่มกรอกข้อมูล
  • จองสำเร็จ
  • กดโทร
  • กด LINE
  • ส่งแบบฟอร์ม
  • ดาวน์โหลดเมนู
  • ขอใบเสนอราคางานประชุม

เว็บไซต์โรงแรมควรออกแบบอย่างไร?

ใช้ภาพคุณภาพสูงแต่ไม่ทำให้เว็บช้า

ภาพเป็นองค์ประกอบสำคัญของเว็บไซต์โรงแรม แต่ต้องวางสมดุลระหว่างคุณภาพและประสิทธิภาพ

ควรบีบอัดภาพ ใช้ขนาดเหมาะสม และหลีกเลี่ยงวิดีโอพื้นหลังขนาดใหญ่บนมือถือ

ใช้สีและตัวอักษรที่อ่านง่าย

บรรยากาศของแบรนด์สำคัญ แต่ข้อความต้องมี Contrast เพียงพอ ขนาดอ่านง่าย และไม่ใช้ตัวอักษรตกแต่งกับเนื้อหายาว

W3C จัดทำ WCAG เพื่อเป็นมาตรฐานร่วมสำหรับการทำเนื้อหาเว็บให้เข้าถึงได้ และแนะนำการใช้ Heading เพื่อให้เนื้อหายาวอ่านและนำทางได้ง่ายขึ้น

Navigation ไม่ควรซับซ้อน

เมนูหลักอาจประกอบด้วย

  • ห้องพัก
  • โปรโมชั่น
  • สิ่งอำนวยความสะดวก
  • ร้านอาหาร
  • ประชุมและงานแต่ง
  • สถานที่ตั้ง
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อ
  • จองห้องพัก

ไม่ควรใส่ทุกหน้าในเมนูหลักจนผู้ใช้เลือกไม่ถูก

รองรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม

ควรให้ความสำคัญกับ

  • การใช้งานด้วยแป้นพิมพ์
  • Label ในแบบฟอร์ม
  • Alt Text
  • Contrast
  • ข้อความ Error
  • Caption สำหรับวิดีโอ
  • ปุ่มที่มีชื่อชัดเจน
  • ไม่ใช้สีเพียงอย่างเดียวในการสื่อสถานะ

Accessibility ที่ดีมักช่วยให้เว็บไซต์ใช้งานง่ายขึ้นสำหรับผู้ใช้ทั่วไปด้วย

เว็บไซต์โรงแรมกับ SEO

เว็บไซต์ที่สวยอย่างเดียวอาจยังไม่ถูกค้นพบ หากไม่มีโครงสร้าง SEO ที่เหมาะสม

Keyword ที่เกี่ยวข้องกับโรงแรม

ตัวอย่างกลุ่มคำค้นหา ได้แก่

  • โรงแรม + จังหวัด
  • ที่พัก + จังหวัด
  • โรงแรมใกล้ + สถานที่
  • โรงแรมติดทะเล
  • โรงแรมมีสระว่ายน้ำ
  • ที่พักสำหรับครอบครัว
  • โรงแรมใกล้สนามบิน
  • โรงแรมรับสัตว์เลี้ยง
  • ห้องประชุมโรงแรม
  • สถานที่จัดงานแต่ง
  • โรงแรมพร้อมอาหารเช้า

แต่ละหน้าควรรองรับ Search Intent ที่ชัด ไม่ควรใช้หน้าแรกเพื่อแข่งขันทุกคำ

หน้า Location ต้องมีข้อมูลจริง

หากโรงแรมมีหลายสาขา ควรมีหน้าเฉพาะแต่ละสาขา โดยแสดง

  • ที่อยู่
  • ห้องพัก
  • สิ่งอำนวยความสะดวก
  • เบอร์โทร
  • ภาพจริง
  • แผนที่
  • สถานที่ใกล้เคียง
  • โปรโมชั่นของสาขา
  • Schema
  • รีวิว

ไม่ควรสร้างหน้าจังหวัดจำนวนมากให้โรงแรมสาขาเดียว หากไม่มีบริการหรือข้อมูลเฉพาะพื้นที่นั้น

Internal Link

ควรเชื่อมเนื้อหาตามเส้นทางการตัดสินใจ เช่น

บทความสถานที่ท่องเที่ยว
→ หน้าประเภทห้อง
→ โปรโมชั่น
→ ระบบจอง

บทความเกี่ยวกับงานแต่ง
→ ห้องจัดเลี้ยง
→ แพ็กเกจ
→ แบบฟอร์มขอใบเสนอราคา

Local SEO

โรงแรมควรตรวจให้ข้อมูลชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรตรงกันระหว่างเว็บไซต์ Google Business Profile และแพลตฟอร์มสำคัญ

สามารถอ่านแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ Local SEO คืออะไร และ บริการรับทำ Local SEO

Structured Data

เว็บไซต์สามารถใช้ Structured Data ประเภทที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้ Google เข้าใจข้อมูลธุรกิจ เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร พิกัด และรายละเอียดอื่นที่แสดงอยู่บนหน้า

Google ระบุว่า LocalBusiness Structured Data สามารถใช้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจในพื้นที่ และแนะนำให้ใช้ประเภทย่อยที่เฉพาะเจาะจงตามธุรกิจเมื่อเหมาะสม

Structured Data ต้องตรงกับข้อมูลที่ผู้ใช้เห็น และไม่ได้รับประกันว่าจะได้ Rich Result ทุกครั้ง

Google Business Profile สำหรับโรงแรม

เว็บไซต์และ Google Business Profile ควรทำงานร่วมกัน

ข้อมูลที่ควรตรวจ ได้แก่

  • ชื่อโรงแรม
  • หมวดหมู่
  • ที่อยู่
  • เบอร์โทร
  • เว็บไซต์
  • ภาพถ่าย
  • สิ่งอำนวยความสะดวก
  • คะแนนและรีวิว
  • ราคา
  • Booking Link
  • ธุรกิจภายในโรงแรม

Google ระบุว่าราคาและลิงก์จองที่แสดงในโปรไฟล์โรงแรมมาจาก Google Hotel Ads และ Free Booking Links ไม่ได้มาจากการกรอก URL ทั่วไปใน Business Profile เพียงอย่างเดียว

ข้อมูลต้องตรงกับความเป็นจริงและเป็นไปตามนโยบายของ Google เพราะเนื้อหาที่ไม่ถูกต้องหรือฝ่าฝืนนโยบายอาจถูกจำกัดการแสดงผลหรือจำกัดการเข้าถึงโปรไฟล์

ความเร็วเว็บไซต์โรงแรม

เว็บโรงแรมมักโหลดช้าเนื่องจากมีภาพ วิดีโอ Slider Script ระบบจอง และเครื่องมือจากภายนอกจำนวนมาก

ควรตรวจ

  • ขนาดภาพ
  • จำนวน Font
  • JavaScript
  • ระบบจองภายนอก
  • Chat Widget
  • Tracking Script
  • Video Embed
  • Cache
  • Hosting
  • Plugin
  • Core Web Vitals

Google อธิบายว่า Page Experience มีหลายองค์ประกอบ และคะแนน Core Web Vitals ที่ดีเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันอันดับสูง แต่ประสบการณ์การใช้งานที่ดีควรได้รับการพิจารณาร่วมกับคุณภาพเนื้อหา

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์โหลดช้าเกิดจากอะไร

ความปลอดภัยของเว็บไซต์โรงแรม

เว็บไซต์โรงแรมมีการรับข้อมูลส่วนบุคคลและอาจเชื่อมระบบชำระเงิน จึงควรให้ความสำคัญกับ

  • HTTPS
  • การอัปเดต CMS และ Plugin
  • Backup
  • การจำกัดสิทธิ์ผู้ดูแล
  • Two-factor Authentication
  • การป้องกัน Spam
  • การตรวจ Malware
  • การเก็บ Log
  • การใช้ Payment Gateway ที่เหมาะสม
  • Privacy Policy
  • Cookie Management
  • การกำหนดอายุข้อมูล

ไม่ควรเก็บข้อมูลบัตรชำระเงินไว้ในระบบเว็บไซต์เอง หากไม่มีมาตรฐานและโครงสร้างความปลอดภัยที่รองรับ ควรใช้ผู้ให้บริการชำระเงินที่เหมาะสมและกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเท่าที่จำเป็น

เว็บไซต์โรงแรมแบบไหนที่ไม่ควรทำ?

มีเพียงหน้าเดียวและข้อมูลไม่ครบ

เว็บไซต์หน้าเดียวอาจใช้ได้กับที่พักขนาดเล็กมาก แต่หากมีห้องหลายประเภท โปรโมชั่น ร้านอาหาร หรือบริการจัดงาน ควรแบ่งหน้าให้ผู้ใช้และ Search Engine เข้าใจง่าย

ซ่อนราคาและเงื่อนไขทั้งหมด

การให้ลูกค้าต้องทักถามทุกเรื่องเพิ่มภาระพนักงานและทำให้เปรียบเทียบยาก ควรแสดงราคาเริ่มต้นหรือให้ตรวจสอบราคาได้ตามวันที่

ใช้ภาพสวยแต่ไม่มีข้อมูล

ภาพควรทำงานร่วมกับข้อความ เช่น ขนาดห้อง จำนวนเตียง ราคา และสิ่งอำนวยความสะดวก

ระบบจองเปิดหน้าใหม่ที่ดูไม่น่าเชื่อถือ

หากเชื่อมไป Booking Engine ภายนอก ควรรักษา Logo สี และข้อมูลของโรงแรมให้ต่อเนื่อง พร้อมใช้โดเมนหรือผู้ให้บริการที่ผู้ใช้เชื่อถือได้

หน้าเว็บไซต์มือถือใช้งานไม่ได้

ปฏิทินเลือกวัน ปุ่มจอง Pop-up และแบบฟอร์มต้องทดสอบบนมือถือหลายขนาด

ข้อมูลเว็บไซต์ไม่ตรงกับแพลตฟอร์มอื่น

ราคา นโยบาย ที่อยู่ เบอร์โทร และสิ่งอำนวยความสะดวกควรได้รับการตรวจสอบสม่ำเสมอ

Checklist เว็บไซต์โรงแรมก่อนเปิดใช้งาน

หมวดรายการตรวจ
หน้าแรกจุดเด่น ทำเล ภาพ และปุ่มจองชัดเจน
ห้องพักมีรายละเอียด ขนาด เตียง ผู้เข้าพัก และภาพจริง
ราคาแสดงภาษี ค่าบริการ และเงื่อนไข
Booking Engineตรวจห้องว่าง เลือกห้อง และยืนยันได้
Paymentแสดงยอดรวมและสถานะการชำระ
Confirmationมีเลขจองและอีเมลยืนยัน
สิ่งอำนวยความสะดวกข้อมูล เวลา และค่าใช้จ่ายถูกต้อง
แผนที่ที่อยู่ พิกัด และวิธีเดินทางครบ
ติดต่อโทร อีเมล แชต และแบบฟอร์มใช้งานได้
Mobileปุ่ม ปฏิทิน ตาราง และฟอร์มใช้งานง่าย
Speedภาพและ Script ไม่ทำให้หน้าโหลดช้าเกินไป
SEOTitle, Heading, URL และ Internal Link ครบ
Local SEOข้อมูลตรงกับ Google Business Profile
Schemaข้อมูลตรงกับสิ่งที่แสดงบนหน้า
Trackingวัดการเริ่มจองและจองสำเร็จได้
SecurityHTTPS, Backup และสิทธิ์ผู้ใช้เหมาะสม
Policiesยกเลิก คืนเงิน ความเป็นส่วนตัว และ Cookie
AccessibilityAlt Text, Label, Contrast และ Error ชัดเจน
หลายภาษาแปลราคา นโยบาย และข้อมูลห้องถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อย

เว็บไซต์โรงแรมจำเป็นต้องมีระบบจองหรือไม่?

ไม่จำเป็นสำหรับที่พักทุกแห่ง แต่ควรมีช่องทางให้ลูกค้าตรวจสอบห้องว่างและดำเนินการจองได้สะดวก หากใช้เพียงโทรศัพท์หรือแชต ควรมีทีมตอบกลับรวดเร็วและมีขั้นตอนยืนยันการจองที่ชัดเจน

โรงแรมขนาดเล็กควรทำเว็บไซต์กี่หน้า?

ควรเริ่มจากหน้าแรก ห้องพัก โปรโมชั่น สิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่ตั้ง คำถามที่พบบ่อย และติดต่อ จากนั้นเพิ่มบทความหรือหน้าบริการตามสิ่งที่โรงแรมมีจริง

ควรแสดงราคาห้องพักบนเว็บไซต์หรือไม่?

ควรแสดงราคาเริ่มต้นหรือให้ลูกค้าตรวจสอบราคาตามวันที่ พร้อมระบุภาษี ค่าบริการ อาหารเช้า และเงื่อนไข เพราะราคาห้องอาจเปลี่ยนตามวันและจำนวนห้องว่าง

เว็บไซต์ควรเชื่อมกับ OTA หรือไม่?

สามารถแสดงลิงก์หรือข้อมูลจากช่องทางที่เหมาะสมได้ แต่ควรให้ลูกค้าแยกแยะได้ว่ากำลังจองผ่านเว็บไซต์ทางการหรือแพลตฟอร์มภายนอก

เว็บไซต์โรงแรมต้องมีหลายภาษาหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้า หากมีผู้เข้าพักต่างชาติจำนวนมาก ควรมีภาษาหลักของตลาดและตรวจคำแปลโดยผู้ที่เข้าใจบริบทโรงแรม

ทำเว็บไซต์โรงแรมด้วย WordPress ได้ไหม?

ได้ WordPress สามารถใช้สร้างหน้าโรงแรม บทความ หลายภาษา และเชื่อมระบบจองภายนอกได้ แต่ควรวางแผน Theme, Plugin, Security, Speed และการดูแลระยะยาวให้เหมาะสม

ควรใส่รีวิวจากแพลตฟอร์มอื่นบนเว็บไซต์หรือไม่?

สามารถนำเสนอได้เมื่อมีสิทธิ์และระบุแหล่งที่มาอย่างเหมาะสม ไม่ควรคัดลอกข้อมูลจำนวนมากหรือแสดงคะแนนที่ไม่เป็นปัจจุบัน

เว็บไซต์โรงแรมช่วยให้ติด Google Maps ได้ไหม?

เว็บไซต์เป็นองค์ประกอบสนับสนุน Local SEO แต่ไม่ได้รับประกันอันดับ Google Maps ควรดูแล Google Business Profile, ข้อมูลธุรกิจ รีวิว ความเกี่ยวข้อง และความน่าเชื่อถือร่วมกัน

สรุป

เว็บไซต์โรงแรมที่ดีควรช่วยให้ลูกค้าเข้าใจที่พัก เปรียบเทียบห้อง ตรวจสอบราคา และดำเนินการจองได้โดยมีข้อสงสัยน้อยที่สุด

องค์ประกอบสำคัญประกอบด้วย

  • หน้าแรกที่อธิบายจุดเด่นชัดเจน
  • หน้าห้องพักที่มีข้อมูลและภาพจริง
  • ราคาและเงื่อนไขที่โปร่งใส
  • ระบบตรวจสอบห้องว่างและจอง
  • สิ่งอำนวยความสะดวก
  • แผนที่และการเดินทาง
  • โปรโมชั่น
  • รีวิว
  • FAQ
  • ช่องทางติดต่อ
  • นโยบายและความเป็นส่วนตัว
  • ระบบวัดผล
  • Local SEO
  • การรองรับมือถือ
  • ความเร็วและความปลอดภัย

ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่าเว็บไซต์ควรสวยแบบใดเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากเส้นทางของผู้เข้าพัก ตั้งแต่ค้นหาโรงแรม เปรียบเทียบห้อง ตรวจราคา จอง ชำระเงิน ไปจนถึงรับข้อมูลก่อนเดินทาง

ธุรกิจที่ต้องการสร้างหรือปรับเว็บไซต์โรงแรมให้รองรับห้องพัก โปรโมชั่น ระบบจอง SEO และการใช้งานบนมือถือ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ บริการรับทำเว็บไซต์ WordPress หรือ ติดต่อ Moon Knight Creator เพื่อวางโครงสร้างเว็บไซต์ตามรูปแบบการให้บริการของโรงแรม

หมวดหมู่

ป้ายกำกับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

3-55.jpg
เปรียบเทียบ WordPress และ Shopify สำหรับ SME ไทย
การมีเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ในวันนี้ไม่ได้เป็นแค่ “ตัวเลือก” แต่เป็น “เครื่อง...
blue-scooter-on-pink-background-3-d-illustration-TM63HSJb.jpg
ราคาทำเว็บไซต์คิดอย่างไร? คู่มือสำหรับเจ้าของธุรกิ...
เมื่อเจ้าของธุรกิจเริ่มมองหาการสร้างเว็บไซต์ หนึ่งในคำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือ &#...
Moon Knight Creator
เว็บไซต์ไม่ปลอดภัยแก้อย่างไร? สาเหตุและวิธีแก้ Not...
เมื่อเปิดเว็บไซต์แล้วพบข้อความว่า “ไม่ปลอดภัย”, “Not Secure” หรือ “การเชื่อมต่อข...
Moon Knight Creator
เว็บไซต์ช้าเกิดจากอะไร? 12 สาเหตุและวิธีแก้เว็บ Wo...
เว็บไซต์โหลดช้าเป็นปัญหาที่ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นหน้า...
Moon Knight Creator
วิธีเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ ต้องดูอะไรบ้างก่อนตัด...
เว็บไซต์เป็นหนึ่งในทรัพย์สินสำคัญของธุรกิจ เพราะใช้แนะนำบริษัท สร้างความน่าเชื่อ...
Moon Knight Creator
ทำเว็บไซต์ใช้เวลากี่วัน? ระยะเวลาตามประเภทเว็บไซต์...
การทำเว็บไซต์ใช้เวลานานแค่ไหน เป็นหนึ่งในคำถามที่เจ้าของธุรกิจมักถามก่อนตัดสินใจ...
Moon Knight Creator
รับทำเว็บไซต์ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง? Checklist ก...
การจ้างทำเว็บไซต์ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกสีหรือเลือกรูปแบบหน้าเว็บเพียงอย่างเดี...
20-16.jpg
จ้างทำ SEO กับทำเองต่างกันอย่างไร? แบบไหนเหมาะกับธ...
เมื่อเจ้าของธุรกิจเริ่มสนใจทำ SEO คำถามสำคัญที่มักเกิดขึ้นคือ ควรเรียนรู้และทำ S...